วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

สาระความรู้ วันนี้....ในอดีต (ตอน 1 กรกฎาคม พ.ศ.2454 : รัชกาลที่ 6 ทรงประกาศตั้งกองลูกเสือ)



     1 กรกฎาคม พ.ศ. 2109 นอสตราดามุส (Nostradamus) แพทย์และนักพยากรณ์ชาวฝรั่งเศส ผู้ได้รับการขนานนามให้เป็น "ราชาโหรโลก” เสียชีวิต เดิมชื่อว่า มิเชล เดอ นอสเตรอดัม (Michel de Nostredame) เป็นชาวฝรั่งเศสเชื้อสายยิว เกิดวันที่ 14 ธันวาคม 2046 ที่เมืองแซงต์ เรมี เดอ โปรวองซ์ (Saint-Remy-de-Provence) ประเทศฝรั่งเศส ในครอบครัวพ่อค้าชาวยิว จึงได้รับการศึกษาอย่างดี มีความรอบรู้ในแขนงต่าง ๆ ทั้งวรรณคดี ประวัติศาสตร์ การแพทย์ สมุนไพร ฯลฯ นอสตราดามุสจบการศึกษาด้านการแพทย์ จากมหาวิทยาลัยมงต์เปลลีเยร์ (University of Montpellier) ในสมัยที่โรคกาฬโรคกำลังระบาด โดยที่ยังไม่มีรู้สาเหตุ นอสตราดามุสจึงศึกษาและพัฒนายาจนในที่สุดต้องเสียภรรยาและลูกไป จากนั้นเขาจึงออกเดินทางไปทั่วฝรั่งเศสและอิตาลี ค้นคว้าเรื่องยาจนตั้งหลักอีกครั้งที่เมืองซาลอง (Salon) แต่งงานใหม่และเริ่มการทำนายอนาคต ด้วยตระกูลของเขาสืบเชื้อสายมาจากยิวโบราณเผ่าอิสซาการ์ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญทางด้านดาราศาสตร์มาก สามารถตีความปรากฏการณ์ ธรรมชาติต่าง ๆ ที่ปรากฏบนท้องฟ้าได้ นอสตราดามุสใช้วิธีการพยากรณ์โดยการคำนวณทางดาราศาสตร์ และทำนายจากนิมิต เขาได้บันทึกไว้เป็นโคลงเรียกว่า "Centuries" ผลงานที่มีชื่อเสียงเล่มอื่นได้แก่ "Almanac" และ "Prophecies" คำทำนายของนอสตราดามุสมักจะมีความคลุมเครือและยากที่จะตีความหมาย เพราะเขานิยมใช้ชื่อย่อและรหัสแทนชื่อคนและสถานที่จริง ตัวอย่างคำทำนายของนอสตราดามุสเช่น ฮิตเลอร์จะแพ้สงคราม เหตุการณ์โจมตีตึกเวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์ สงครามโลกครั้งที่ 3 ฯลฯ เขาเสียชีวิตด้วยโรคเกาต์




     1 กรกฎาคม พ.ศ. 2377 หมอบรัดเลย์ (Dr. Dan Beach Bradley, M.D.) มิชชันนารีชาวอเมริกันผู้มีคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่อแผ่นดินสยาม ออกเดินทางจากบอสตัน สหรัฐอเมริกา พร้อมกับคณะมิชชันนารี A.B.C.F.M. (American Board of Commissioners of Foreign Missions) มุ่งหน้าสู่สยาม โดยเรือ"แคชเมียร์" (Cashmere) ใช้เวลารอนแรมในทะเลเป็นเวลา 6 เดือน ก็มาถึงประเทศสิงคโปร์ในวันที่ 12 มกราคม 2378 และแวะพักอยู่ที่สิงค์โปร์อีก 6 เดือน ก่อนจะเดินทางเข้าสู่สยามในวันที่ 18 กรกฎาคม 2378 เป็นวันเกิดปีที่ 31 ปีพอดี



     1 กรกฎาคม พ.ศ. 2439 แฮเรียต บีเชอร์ สโตว์ (Harriet Elizabeth Beecher Stowe) นักประพันธ์ชาวอเมริกัน เสียชีวิต สโตว์เกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2354 ในครอบครัวเคร่งศาสนาที่รัฐคอนเน็คติคัต ได้รับการศึกษาอย่างครบถ้วนเช่นเดียวกับผู้ชายในสมัยนั้น เมื่อเรียนจบเธอย้ายไปเป็นครูอยู่ที่รัฐโอไฮโอพักใหญ่ เมื่ออายุได้ 24 ปีก็แต่งงานกับพ่อหม้ายซึ่งเป็นอาจารย์ทางด้านเทววิทยา และครองรักกันอย่างยากไร้ ก่อนที่จะประสบความสำเร็จในการเขียนนวนิยายเรื่องแรกที่โด่งดังและอื้อฉาว เรื่อง กระท่อมน้อยของลุงทอม (Uncle Tom’s Cabin) ซึ่งตีพิมพ์เป็นตอน ๆ ระหว่างปี 2394-2395 ก่อนจะรวมเล่มพิมพ์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2395 นิยายเรื่องนี้ว่าด้วยชีวิตของ ลุงทอม ทาสชรานิสัยอ่อนโยนผู้ถูกขายและซื้อต่อถึงสามทอด ก่อนจะถูกนายคนสุดท้ายทุบตีจนตาย นวนิยายเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันใหญ่โต จนกลายเป็นแรงกระตุ้นให้สังคมอเมริกันหันมาสนใจปัญหาการค้าทาสอย่างจริงจัง เกิดการเคลื่อนไหวเพื่อเลิกทาสในยุคประธานาธิบดี อับราฮัม ลินคอล์น และเกิดเป็นสงครามกลางเมืองในเวลาต่อมา นิยายเล่มนี้ขายได้ถึง 300,000 เล่มภาย 3 เดือน ส่งผลให้สโตว์สามารถใช้ชีวิตหรูหรา เดินทางไปยุโรปถึง 3 ครั้ง สโตว์ได้เขียนหนังสืออีกหลายเล่ม อาทิ Dred: A Tall Of Dismal Swamp, The Minister’s Wooing และ Old Town Folks บั้นปลายชีวิตเธอป่วยเป็นโรคชราและมีอาการเลอะเลือน และเสียชีวิตในที่สุด เธอมีนวนิยายตีพิมพ์ 10 เรื่อง นอกจากนั้นยังมีเรื่องสำหรับเด็ก ความเรียง และงานศึกษา งานเขียนของเธอได้รับคำชมว่าเป็นการบุกเบิกงานเขียนแนวสมจริงของวงการวรรณกรรมอเมริกัน ลินคอล์นเคยกล่าวกับเธอว่า “คุณเป็นเพียงสุภาพสตรีตัวเล็ก ๆ ทว่างานเขียนของคุณได้ก่อให้เกิดสงครามครั้งใหญ่”



     1 กรกฎาคม พ.ศ. 2494 จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาเห็นสมควรจัดตั้งกิจการรถไฟเป็นเอกเทศ จึงได้เสนอร่าง พระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 ต่อรัฐสภา และได้มีพระบรมราชโองการให้ตราเป็นพระราชบัญญัติขึ้นไว้ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับลงวันที่ 30 มิถุนายน 2494 กรมรถไฟหลวง จึงเปลี่ยนฐานะมาเป็นรัฐวิสาหกิจ ประเภทสาธารณูปการภายใต้ชื่อว่า "การรถไฟแห่งประเทศไทย" (รฟท.) ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2494 เป็นต้นมา โดยมี พลเอกจรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ เป็นผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยคนแรก





     1 กรกฎาคม 2454 รัชกาลที่ 6 ทรงประกาศตั้งกองลูกเสือ โดยมีพระราชประสงค์จะฝึกฝนเด็กชายให้มีความรู้ทางเสือป่า เพื่อจะได้รู้จักทำตนให้เป็นประโยชน์แก่บ้านเมืองเมื่อเติบโตขึ้น ลูกเสือกองแรกจัดตั้งขึ้นที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง ประเทศไทยจัดตั้งกองลูกเสือเป็นลำดับที่ 3 ในโลก หลังจาก อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา


                                                                                ขอบคุณสาระดีๆจาก sanook.com




วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

สาระความรู้ วันนี้....ในอดีต (ตอน30 มิถุนายน พ.ศ.2448 : อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เผยแพร่บทความ On the Electrodynamics of Moving Bodies)



     30 มิถุนายน พ.ศ. 2457 มหาตมะ คานธี ถูกจับกุมเป็นครั้งแรก ระหว่างรณรงค์เรียกร้องสิทธิของชาวอินเดียในแอฟริกาใต้
      มหาตมะ คานธี (Mahatma Gandhi) มีชื่อเต็มว่า โมฮันดาส ครามจันทร์ คานธี (Mohandas Karamchand Gandhi) เป็นผู้นำและนักการเมืองที่มีชื่อเสียงชาวอินเดีย เกิดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2412 และถูกลอบสังหารเสียชีวิตในวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2491 รวมอายุได้ 78 ปี มหาตมะ คานธี เกิดในครอบครัวชาวฮินดู รัฐคุชราต ประเทศอินเดีย บิดาเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ส่วนมารดาเป็นผู้ที่เคร่งครัดศาสนามาก แต่งงานกับกัสตูร์ คานธี การศึกษาเข้าเรียนด้านกฎหมายที่นครลอนดอน ประเทศอังกฤษ มหาตมะ คานธี เป็นผู้นำคนสำคัญในการเคลื่อนไหวเรียกร้องอิสรภาพของอินเดีย จากการเป็นอาณานิคมของสหราชอาณาจักร โดยใช้วิธีอหิงสา ซึ่งภายหลังได้กลายเป็นต้นแบบของการประท้วงแบบสันติที่ได้รับการยกย่อง มหาตมะ คานธี เริ่มเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนผ่านทางความคิดทางการเมืองในปี พ.ศ.2449 เนื่องจากกฎหมายใหม่กำหนดให้ชาวอินเดียทุกคนจะต้องเข้ารับการจดทะเบียนและพิมพ์ลายนิ้วมือ ข้อบังคับนี้รวมถึงการให้หญิงชาวอินเดียต้องเปลื้องผ้าต่อหน้าตำรวจผิวขาว เพื่อกรอกตำหนิรูปพรรณลงในทะเบียนด้วย ด้วยความโกธรแค้น ชาวอินเดียประมาณ 3,000 คนมารวมตัวกันที่เมืองโยฮันเนสเบิรต์ เพื่อวางแผนการตอบโต้ เขาลุกขึ้นแล้วก็พูดว่า "เราจะสวดขอต่อพระเป็นเจ้าว่า เราจะเข้าคุก และเราจะอยู่ในนั้นจนกว่ากฎหมายนี้จะถูกเพิกถอน และเราจะยอม" คำพูดของเขาจุดประกายให้เกิดการต่อต้านครั้งยิ่งใหญ่เป็นประวัติการณ์ของมวลชน ผู้ประท้วงกระทำตามอย่างคานธี พวกเขาอดทนต่อการทุบตีของตำรวจ ยอมรับความเจ็บปวดอย่างกล้าหาญโดยไม่ตอบโต้ มหาตมะ คานธี เป็นผู้นำในการต่อสู้เรียกร้องเอกราชของประเทศอินเดียจากเครือสหราชอาณาจักร จนประเทศอินเดียได้รับเอกราชในปี พ.ศ.2490 โดยเขามีความเชื่อที่มั่นคงเกี่ยวกับการประท้วงโดยไม่ใช้ความรุนแรง และความอดทนตามหลักศาสนา ที่เรียกว่าวิธี "อหิงสา" โดยเขาจะอดอาหารประท้วงจนความรุนแรงยุติลง ในขณะที่มือข้างหนึ่งเปิดฉากการประท้วง แต่อีกข้างหนึ่งก็ต้องปกป้องพวกพ้องไม่ให้พ่ายต่อความต้องการก่อเหตุนองเลือด หลายครั้งที่คานธียกเลิกการชุมนุม เมื่อเหตุการณ์ทำท่าจะบานปลายเป็นความรุนแรงของประชาชนในประเทศ ในฐานะผู้นำทางการเมือง คานธีได้แสดงให้เห็นว่า "อหิงสา" สามารถใช้ให้เกิดผลทางการเมืองได้ ไอน์สไตน์ กล่าวถึงคานธีว่า "คนรุ่นอนาคตจะไม่มีทางเชื่อเลยว่า มีคนแบบนี้อยู่จริงบนโลกมนุษย์นี้" มาร์ติน ลูเธอร์คิงส์ ได้กล่าวไว้ว่า "พระเยซูเจ้ามอบคำสอนแก่ข้าพเจ้า คานธีมอบวิธีการ"



     30 มิถุนายน พ.ศ. 2448 - อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เผยแพร่บทความ "On the Electrodynamics of Moving Bodies" ซึ่งนำเสนอ ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ (The Special Theory of Relativity) เป็นการรวมกลศาสตร์ดั้งเดิมเข้ากับ electrodynamics ของ Clark Maxwell โดยกล่าวถึงการเคลื่อนที่ของสิ่งต่างๆ ในมิติของเวลา, สถานที่ และทิศทาง ต่อมาได้กล่าวถึงมวลสารที่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ และพลังงานก็สามารถเปลี่ยนเป็นมวลสารได้ หรือมวลสารกับพลังงาน คือ สิ่งเดียวกัน (mass and energy equivalent) ดังสมการที่ลือชื่อคือ E = mc2 เมื่อ E เป็น พลังงาน m คือ มวลที่มีหน่วยเป็นกรัม c คือ ความเร็วของแสง มีหน่วยเป็นเซนติเมตรต่อวินาที




     30 มิถุนายน พ.ศ. 2479 - นวนิยายเรื่อง Gone with the Wind โดย มาร์กาเร็ต มิตเชลล์ (Margaret Mitchell) ออกวางจำหน่าย วิมานลอย นิยายขายดีของ มาร์กาเร็ต มิตเชลล์ ได้รับ รางวัล พูลิเซอร์ สาขานิยาย (Pulitzer Prize for Fiction) อีกสองปีต่อมาได้มีการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ เป็นเรื่องชีวิตรักผจญภัยของสาวงามชื่อ สการ์เล็ตต์ โอ’ฮารา (Scarlett O’Hara) แสดงโดย วิเวียน ลี (Vivian Leigh) ในช่วงสงครามกลางเมืองอเมริกัน อำนวยการสร้างโดย เดวิด โอ. เซลส์นิก (David O. Selzinck) ต่อมาปี 2483 ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้รับรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม นักแสดงนำหญิง ยอดเยี่ยม ฯลฯ รวม 8 รางวัลจากการเข้าชิง 13 รางวัล นับเป็นหนังสีเรื่องแรกที่ได้รับรางวัลออสการ์ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม


                     ขอบคุณสาระดีๆจาก sanook.com

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2558

สาระความรู้ วันนี้....ในอดีต (ตอน 29 มิถุนายน พ.ศ.2445 : รัชกาลที่ 5 ประกาศใช้พระราชบัญญัติธนบัตร ร.ศ. 12)



     29 มิถุนายน พ.ศ. 2443 วันเกิด อังตวน เดอ แซง-เตกซูเปรี (Antoine de Saint-Exupery) นักบินและนักประพันธ์ชาวฝรั่งเศส ผู้แต่ง "เจ้าชายน้อย" (The Little Prince) เกิดที่เมืองลียอง (Lyon) ทางตะวันออกของฝรั่งเศส เรียนสถาปัตย์ที่ Ecole des Beaux-Arts กรุงปารีส เข้ารับราชการทหารในปี 2464 ถูกส่งไปฝึกขับเครื่องบินที่เมืองสตราส์บรูก ประเทศเยอรมนี ก่อนจะได้ใบอนุญาติเป็นนักบินอาชีพ ต่อมาก็เริ่มบุกเบิกการบินไปรษณีย์ ในปี 2469 เป็นนักบินประจำเส้นทางสาย ตูลูส-คาซาบลังกา แล้วต่อมาถูกส่งไปเป็นหัวหน้าหน่วยประจำสถานีที่กางจูบีในแอฟริกา เขาได้อาศัยประสบการครั้งนี้เขียนนิยายเรื่องแรกคือ "ไปรษรีย์ใต้" (Courrier sud) ในปี 2472 หลังจากการไปฝึกฝนเพิ่มเติม จนได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการบริษัทขนส่งทางอากาศบริษัทหนึ่งที่กรุงบัวโนสไอเรสในอเมริกาใต้ อีกสองปีต่อมาก็ออกผลงานเล่มที่ 2 คือ "เที่ยวบินกลางคืน" (Vol de nuit) ระหว่างที่เขาพยายามบินทำสถิติระหว่างปารีส-ไซ่ง่อน เครื่องบินเกิดขัดข้อง ต้องร่อนลงกลางทะเลทรายที่แอฟริกา เขาจึงได้นิยายอีกเรื่องคือ "แผ่นดินของเรา" (Terre des Hommes) ตีพิมพ์ในปี 2482 นอกจากนี้ก็ยังผลงานเล่มเล็กแต่ยิ่งใหญ่คือ "เจ้าชายน้อย" (Le Petit Prince) ตีพิมพ์ในปี 2486 วรรณกรรมเยาชนคลาสสิกตลอดกาล ซึ่งเขาวาดภาพประกอบด้วยตนเอง เป็นเรื่องของเจ้าชายตัวน้อยองค์หนึ่งที่หลงมายังโลกมนุษย์ เพื่อบอกเล่าความจริงบางอย่างให้แก่เพื่อนมนุษย์ นับเป็นผลงานที่งดงามและแสนเศร้า ด้วยว่าในที่สุดเจ้าชายน้อยจะต้องหายตัวไป เช่นเดียวกับแซง-เตกซูเปรี ที่หายสาบสูญไป ขณะบินลาดตระเวนอยู่เหนือน่านฟ้าแอฟริกาเมื่อคือวันที่ 31 กรกฎาคม 2487 ระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งคาดว่าเครื่องบินของเขาจะถูกฝ่ายเยอรมันยิงตก



     29 มิถุนายน พ.ศ. 2424 วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต พระโอรสองค์ที่ 33 ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และสมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี ทรงเป็นต้นราชสกุล บริพัตร ทรงศึกษาชั้นต้นที่พระตำหนักสวนกุหลาบ เมื่อทรงพระเจริญวัยมีพระชนมยุได้ 13 พรรษา ได้เสด็จไปทรงศึกษาต่อที่ประทศอังกฤษ แล้วย้ายไปศึกษาวิชาทหารที่ประเทศเยอรมัน และใช้เวลาส่วนพระองค์ศึกษาวิชาด้านประสานเสียงและการประพันธ์เพลงก่อนการเสด็จกลับประเทศไทย เมื่อเสด็จกลับจากยุโรปทรงเริ่มรับราชการครั้งแรกในตำแหน่งเสนาะการทหารบก เมื่อปี 2446 ขณะพระชนมายุเพียง 23 พรรษา ทรงสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้าให้แก่กิจการที่ทางด้านการทหาร การปกครอง การสาธารณสุข การศึกษา ทรงวางรากฐานความเจริญของกองทัพเรือไทย กองทัพบก กระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย ขณะดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบก ได้เปลี่ยนชื่อ "กรมอากาศยานทหารบก" เป็น "กรมอากาศยาน" ทรงจัดหาเครื่องบินไว้ใช้ในราชการเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นอันมาก จัดให้มีการแสดงการบิน มีการสร้างเครื่องบินขึ้นใช้เอง จัดตั้งกองบินต่าง ๆ สร้างสนามบินในต่างจังหวัด เปิดสายการบินไปรษณีย์ทางอากาศไปต่างจังหวัดทำการบินไปเจริญสัมพันธไมตรีอวดธงในต่างประเทศ และเชิญชวนประชาชนที่มีความนิยมศรัทธาบริจาคทร้พย์ซื้อเครื่องบินมาใช้ราชการได้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังทรงพระปรีชาสามารถในงานดนตรี ทรงพระนิพนธ์เพลงไทย เพลงฝรั่ง และเพลงไทยเดิมไว้จำนวนมาก เช่น วอทซ์ปลื้มจิต, วอทซ์ชุมพล, สุดเสนาะ, เพลงมหาฤกษ์, เพลงมหาโศก ฯลฯ กระทั่งทรงได้รับการขนานพระนามเป็น "พระบิดาแห่งเพลงไทยเดิม" ในปี 2474 สิ้นพระชนม์ด้วยพระโรคไตและพระหทัย ณ ตำนักประเสบัน เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2487 รวมพระชนมายุได้ 63 ชันษา



     29 มิถุนายน พ.ศ. 2445 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประกาศใช้ พระราชบัญญัติธนบัตร ร.ศ. 121 เนื่องจากการค้าขายในพระราชอาณาจักรเริ่มเจริญขึ้น เพื่อประโยชน์ต่อความสะดวกของประชาชน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้จัดพิมพ์ธนบัตรขึ้นเพื่อความสะดวกในการใช้จ่าย ตรวจตรา และการพกพา ธนบัตรรุ่นแรกได้ว่าจ้างบริษัทโทมัส เดอ ลา รู (The De La Rue Company Limited) ของอังกฤษจัดพิมพ์ เรียกว่า "ธนบัตรแบบ ที่ 1" เป็นธนบัตรชนิดพิมพ์หน้าเดียว ออกใช้ครั้งแรกตามประกาศเสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ลงวันที่ 7 กันยายน 2445 มีทั้งหมด 5 ชนิดราคา คือ 5 บาท, 10 บาท, 20 บาท, 100 บาท และ 1,000 บาท จนกระทั่งปี 2512 ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้จัดตั้งโรงพิมพ์ธนบัตรจึงเริ่มพิมพ์ธนบัตรใช้เองภายในประเทศ และดำเนินการมาจนปัจจุบันนี้ ทั้งนี้การจัดทำและนำธนบัตรออกใช้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของธนาคารแห่งประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว การออกใช้ธนบัตรจะต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด กล่าวคือ ต้องมีทุนสำรองเงินตราหนุนหลังเต็มมูลค่าของธนบัตรออกใช้เสมอ


                                ขอบคุณสาระดีๆจาก sanook.com



วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2558

สาระความรู้ วันนี้....ในอดีต (ตอน 27 มิถุนายน พ.ศ.2477 : วันสถาปนา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์



     27 มิถุนายน พ.ศ. 2475 คณะราษฎร ประกาศใช้ รัฐธรรมนูญปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475 ซึ่งกฎหมายสูงสุดในการปกครองรัฐ หลังจากคณะราษฎรทำการอภิวัติน์การปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ก็ได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ (Constitution) ฉบับนี้ ซึ่งนับเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกของประเทศไทย ร่างโดย นายปรีดี พนมยงค์ มันสมองของคณะราษฎร โดยมีเจตนารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงการปกครองเพื่อให้ประเทศนี้เป็นของ "ประชาชน" อย่างแท้จริง รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีจุดเด่นที่ได้ระบุคุณสมบัติของผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรว่า จะต้องมีอายุ 20 ปี และจะต้องสอบไล่วิชาการเมืองได้ตามหลักสูตรซึ่งสภาได้ตั้งขึ้นไว้ (ต่อมาได้มีการตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมืองขึ้นมารองรับ) และที่สำคัญคือเปิดโอกาสให้เพศชายและหญิงมีสิทธิเท่ากันในการออกเสียงเลือกตั้ง ทั้งที่ในสมัยนั้น บางประเทศในยุโรป ผู้หญิงยังไม่มีสิทธิ์ทางการเมืองด้วยซ้ำ รัฐธรรมนูญฉบับนี้แม้จะไม่กี่มาตรา แต่ก็นับเป็นต้นแบบของรัฐธรรมนูญฉบับที่ประกาศภายหลังทั้งสิ้น "รัฐธรรมนูญปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475" จึงเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกของประเทศนี้ หาใช่ "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475" ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2475 อย่างที่คนส่วนมากเข้าใจไม่ ถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2550) ประเทศไทยอยู่ในระบอบประชาธิปไตยมาแล้ว 75 ปี แต่เราเขียนและฉีกรัฐธรรมนูญไปแล้วถึง 17 ฉบับ ล่าสุด รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 (ฉบับที่ 18) กำลังอยู่ในระหว่างกระบวนการร่าง ในขณะที่ประเทศต้นกำเนิดประชาธิปไตยอย่าง อังกฤษและสหรัฐอเมริกา ซึ่งนับถึงวันนี้ รัฐธรรมนูญของเขามีอายุ 792 ปี [นับที่ กฎบัตรแมกนาคาร์ตา(Magna Carta)] และ 220 ปี ตามลำดับ แต่ทั้งสองประเทศนี้กลับใช้รัฐธรรมนูญเพียงแค่ฉบับเดียว แต่อาจมีการปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมัย เพราะประชาชน นักการเมือง และทหารของเขาต่างเคารพกฎหมายและรู้หน้าที่ของตน




     27 มิถุนายน พ.ศ. 2404 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษา (แพ บุนนาค) เป็นหัวหน้าคณะราชทูต เจ้าหมื่นไวยวรนาถ(เจิม แสง-ชูโต) เป็นอุปทูต และ พระณรงค์วิชิต (วร บุนนาค) เป็นตรีทูต จำทูลพระราชศาสน์และเครื่องมงคลราชบรรณาการไปเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับ พระเจ้านโปเลียนที่ 3 แห่งประเทศฝรั่งเศส (Napoleon III of France) โดยขบวนเรือของกองทัพฝรั่งเศส พระเจ้านโปเลียนที่ 3 โปรดรับรองคณะทูตสยามอย่างดี



     27 มิถุนายน พ.ศ. 2477 วันสถาปนา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) (Thammasat University : TU) ชื่อเมื่อเริ่มก่อตั้งคือ มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (มธก.) ซึ่งเกิดจากความคิดริเริ่มของศาสตราจารย์ ดร. ปรีดี พนมยงค์ (รัฐมนตรีว่าการ กระทรวง มหาดไทย ในขณะนั้น) โดยเล็งเห็นว่าการศึกษาในระดับอุดมศึกษาในขณะนั้นยังไม่เพียงพอ หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 จึงต้องการบุคคลที่มีความรู้ทางกฎหมาย การปกครอง และสังคม มารับใช้ประเทศชาติโดยด่วน จึงได้เสนอร่าง "พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย วิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พ.ศ. 2476" โดย ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ได้รับแต่งตั้งเป็น "ผู้ประศาสน์การ” คนแรกของมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นโดยมีเป้าหมายที่จะให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร เป็น "ตลาดวิชา" หรือ "มหาวิทยาลัยเปิด" แห่งแรกของประเทศไทย ในปีแรกมีผู้สมัครเข้าศึกษาถึง 7,094 คน ในช่วงเริ่มต้น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตั้งอยู่ที่โรงเรียนกฎหมายเดิม เชิงสะพานผ่านฟ้าภิภพลีลา ต่อมาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2478 มหาวิทยาลัยขอซื้อที่ดินบริเวณท่าพระจันทร์เพิ่มเติมและย้ายมาอยู่ที่นี่ ภายหลังจากคณะรัฐประหารได้ยึดอำนาจเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2490 ศาสตราจารย์ ปรีดี พนมยงค์ต้องลี้ภัยการเมืองไปอยู่ต่างประเทศ ชื่อมหาวิทยาลัยถูกตัดคำว่า "การเมือง" ออก เปลี่ยนเป็น "มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" และความเป็นตลาดวิชาหมดไป จากนั้นในปี 2518 สมัย ศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์เป็นอธิการบดี ได้ขยายการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้น และซื้อที่ดินเพิ่มเติมที่รังสิต นอกจากนี้ ยังขยายไปที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ด้วย โดยอยู่บนพื้นฐานการปลูกฝังจิตวิญญาณความเป็นธรรมศาสตร์ ดั่งเช่น “จิตวิญญาณธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์” ปัจจุบันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เปิดสอนกว่า 20 คณะ สีประจำมหาวิทยาลัยคือ เหลืองแดง หมายถึงศาสนาและชาติต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยคือ ต้นหางนกยูง ปรัชญาของมหาวิทยาลัยคือ "...มหาวิทยาลัยย่อมอุปมา ประดุจบ่อน้ำ บำบัดความกระหายของราษฎร ผู้สมัครแสวงหาความรู้ อันเป็นสิทธิและโอกาส ที่เขาควรมีควรได้ ตามหลักเสรีภาพของการศึกษา..." มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นแหล่งผลิตบัณฑิต ปัญญาชน นักวิชาการ ที่สำคัญแห่งหนึ่งของไทย และเป็นสถาบันการศึกษาที่ยืนอยู่เคียงข้างประชาชนในเหตุการณ์สำคัญ ๆ ของบ้านเมืองมาโดยตลอด ทั้ง เหตุการณ์ "14 ตุลา 16" และ "6 ตุลา 19"



     27 มิถุนายน พ.ศ. 2511 บทกวี "เพลงเถื่อนแห่งสถาบัน" ของ วิทยากร เชียงกูล ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ยูงทองของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สะท้อนความรู้สึกไม่พอใจต่อมหาวิทยาลัยที่เป็นแหล่งผลิต"ปริญญาชน" มากกว่า "ปัญญาชน" ต่อมาตีพิมพ์ในหนังสือรวมเรื่องสั้นและบทกวีชื่อ "ฉันจึงมาหาความหมาย" กวีบทนี้ขึ้นต้นว่า "ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง ฉันจึงมาหาความหมาย ฉันหวังเก็บอะไรไปมากมาย สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว"



     27 มิถุนายน พ.ศ. 2519 พระกิตติวุฒโฑ (พระเทพกิตติ ปัญญาคุณ) ให้สัมภาษณ์ หนังสือพิมพ์ จตุรัสว่า การฆ่าพวกคอมมิวนิสต์ไม่บาป แต่กลับได้บุญ เปรียบเหมือนการฆ่าปลาเพื่อตักบาตรถวายพระ ส่งผลให้ฝ่ายขวานำไปใช้เป็นคำขวัญว่า "ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป" และก่อให้เกิดความเกลียดชังและเคียดแค้นนักศึกษา จนนำไปสู่การปราบปรามนักศึกษาอย่างรุนแรงในเหตุการณ์ "6 ตุลา 19" โดยกิตติวุฒโฑให้เหตุผลว่า ใครก็ตามที่ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ถือว่าเป็นมาร มิใช่มนุษย์ ดังนั้นการฆ่าคอมมิวนิสต์จึงไม่บาป แต่เป็นการฆ่ามาร ซึ่งถือเป็นภาระหน้าที่ของคนไทยที่จะต้องทำ การฆ่านั้นหากเป็นการทำเพื่อประเทศชาติแล้ว แม้จะเป็นบาป แต่ก็ได้บุญในแง่ของการป้องกันประเทศจากศัตรูมากกว่าจะได้บาป กิตติวุฒโฑเปรียบเทียบการฆ่านี้ว่าเหมือนกับการฆ่าปลาถวายพระ การฆ่าปลาเป็นบาป แต่การนำปลานั้นมาตักบาตรถวายพระ ถือว่าได้บุญมาก ทั้งนี้กิตติวุฒโฑเป็นภิกษุรูปหนึ่งที่มีส่วนในการก่อตั้ง “ขบวนการนวพล” ซึ่งเป็นหน่วยสงครามจิตวิทยา ทำงานร่วมกับ "กระทิงแดง" โดยพยายามรวบรวมนายทุนและภิกษุที่ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ให้ร่วมกันต่อต้านพลังนักศึกษาและกรรมกร นับเป็นขบวนการที่มีส่วนอย่างมากในการราบปรามนักศึกษาในเหตุการณ์ "6 ตุลา 19" ภายหลังได้เป็นเจ้าอาวาสที่ วัดจิตตภาวัน จังหวัดชลบุรี ก่อตั้ง จิตตภาวันวิทยาลัยสถาบันการศึกษาทางพุทธศาสนา ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากว่าสอนหลักธรรมผิดเพี้ยนไปจากแนวทางพุทธศาสนา อีกได้พยายามที่จะสร้างอุโบสถกลางทะเล และระดมทุนก่อสร้างคอนโดธรรมะ แต่ยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ ก็เสียชีวิตไปเสียก่อน เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2548


                                                     ขอบคุรสาระดีๆจาก sanook.com