วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2558

สาระความรู้ วันนี้....ในอดีต (ตอน1 กันยายน พ.ศ.2533 : สืบ นาคะเสถียร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ยิงตัวตาย)



     "มาธาร์" (Martha) นกพิราบนักเดินทาง หรือ นกพิราบพาสเซนเจอร์ [Passenger Pigeon (Ectopistes migratorius)] ตัวสุดท้ายของโลก เสียชีวิตในกรงขังที่สวนสัตว์ซินซินเนติ มลรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา เดิมนกชนิดนี้มีจำนวนมาก อาศัยอยู่ทั่วไปในอเมริกา แคนาดา บางส่วนของแมกซิโกและคิวบา ชาวอินเดียนล่านกชนิดนี้เป็นอาหารมานานนม จนกระทั่งชาวผิวขาวอพยพเข้ามาในทวีป นกพิราบเริ่มจากถูกล่าเป็นอาหาร จนกลายเป็นล่าเพื่อเกมกีฬา และล่าล้างเผ่าพันธุ์ในที่สุด โดยใช้ปืนยิง ใช้กับดัก ดักด้วยตาข่าย จนถึงใช้แก๊สรม ทำให้นกพิราบชนิดนี้ค่อย ๆ ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว จนถึงปี 2423 บางรัฐถึงกับต้องออกกฎหมายห้ามล่านกพิราบชนิดนี้ แต่ก็ยังคงมีการแอบลักลอบอยู่นั่นเอง ในที่สุด นกพิราบพาสเซนเจอร์ในธรรมชาติตัวสุดท้ายถูกยิงตายที่ โอไฮโอ เมื่อปี 2443 แม้นกบางส่วนจะถูกเพาะเลี้ยงไว้ในกรงเพื่อทำการขยายพันธ์ แต่ในที่สุดนกพิราบนักเดินทางตัวสุดท้ายของโลกก็ต้องหยุดเดิน



     สงครามโลกครั้งที่ 2 (World War II) ในยุโรประเบิดขึ้น เมื่อ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) ละเมิดสนธิสัญญาแวร์ซายส์ (The Treaty of Versailles) นำกองทัพเยอรมนีบุกประเทศโปแลนด์ เนื่องจากถูกปฏเสธที่จะยกเมืองดานซิก (Danzig) และฉนวนโปแลนด์ (Polish Corridor) ให้เยอรมนี จากนั้นก็บุกประเทศอื่น ๆ ในยุโรป โดยมีเจตจำนงที่จะลบล้างความอัปยศที่เยอรมันเคยพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ส่งผลให้ประเทศอังกฤษและฝรั่งเศสประกาศสงครามต่อเยอมนีในวันที่ 3 กันยายน สงครามใหญ่จึงเริ่มขึ้นและขยายตัวออกไปทุกภาคพื้นทวีปอื่น ๆ ในเอเชียเริ่มจากญี่ปุ่นบุกจีนเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2480 อันเป็นจุดเริ่มต้นของ สงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่ 2 (Second Sino-Japanese War) ส่งผลให้จีนต้องยอมเข้ากับฝ่าย สัมพันธมิตร (Allies Power) ซึ่งประกอบด้วย สหภาพโซเวียต, สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส และจีน ส่วนญี่ปุ่นเข้าร่วมกับฝ่ายอักษะ (Axis Powers) ซึ่งประกอบด้วย นาซีเยรมนี, ฟาซิสม์อิตาลี และจักวรรดิญี่ปุ่น สงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุโรปยุติลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 พฤษภาคม 2488 เรียกว่า "วันวีเดย์" (Victory in Europe Day : V-E Day or VE Day) หลังจากฮิตเลอร์กระทำอัตวินิบาตกรรม และเยอรมันประกาศยอมแพ้ ส่วนสมรภูมิในเอเชียยุติลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 –15 สิงหาคม 2488 ภายหลังจากอเมริกาทิ้งระเบิดปรมาณูถล่มเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ ผลของสงครามครั้งนี้ ฝ่ายสัมพันธมิตรเป็นฝ่ายชนะ มีผู้เสียชีวิตทั้งหมดราว 60 ล้านคน ยังไม่นับผู้บาดเจ็บอีกมหาศาล นับเป็นสงครามขนาดใหญ่และก่อให้เกิดความสูญเสียมากที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ



     1 กันยายน พ.ศ. 2258 พระเจ้าหลุยส์ ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส (Louis XIV หรือ Louis-Dieudonné) เสด็จสวรรคต หลังจากครองราชนานถึง 72 ปี นานกว่ากษัติรย์องค์อื่น ๆ ในยุโรป พระองค์เริ่มครองราชตั้งแต่ปี พ.ศ. 2186 เมื่อมีพระชนมายุได้เพียง 5 ชันษาเท่านั้น พระองค์ทรงสถาปนาระบอบราชาธิปไตยในฝรั่งเศส พระองค์ได้ทรงประกาศก่อนสิ้นพระทัยว่า "ข้าจะไปแล้ว แต่รัฐของข้าจะคงอยู่ตลอดไป"



     สืบ นาคะเสถียร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ยิงตัวตายในบ้านพักที่เขตฯ เพื่อเรียกร้องให้คนในสังคมหันมาสนใจปัญหาการทำลายป่าและสัตว์ป่า ในจดหมายฉบับสุดท้ายของเขาเขียนไว้ว่า "ผมมีเจตนาที่จะฆ่าตัวเองโดยไม่มีผู้ใดเกี่ยวข้องในกรณีนี้ทั้งสิ้น" การจากไปของสืบ นาคะเสถียร ได้ส่งผลสะเทือนอย่างล้ำลึกต่อผู้คนที่รักธรรมชาติ และแสวงหาความเป็นธรรมในสังคมเพราะตอนที่สืบยังมีชีวิตอยู่ เขาเป็นบุคคลสำคัญของขบวนการอนุรักษ์ธรรมชาติในประเทศไทยเป็นผู้ที่เคยต่อสู้เพื่อปกป้อง รักษาทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้หรือสัตว์ป่า โดยไม่คำนึงถึงภัยอันตรายใด ๆ การเสียชีวิตของเขาได้ส่งผลให้ขบวนการสิ่งแวดล้อมในเมืองไทยตื่นตัวขึ้นเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นกลุ่มคนที่มีอุดมการณ์ร่วมกันกับสืบได้ก่อตั้ง "มูลนิธิสืบนาคะเสถียร” ขึ้นเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ในการอนุรักษ์ธรรมชาติ


                                                                                      ขอบคุณสาระดีๆจาก sanook.com




วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2558

สาระความรู้ วันนี้....ในอดีต (ตอน31 สิงหาคม พ.ศ.2540 : เจ้าหญิงไดอานา เสียชีวิตที่กรุงปารีส)



     ประเทศ มาเลยเซีย (Malaysia) ได้รับเอกราชจากอังกฤษ หลังจากที่ถูกยึดเป็นอาณานิคมมาตั้งแต่ปี 2329 ปัจจุบันมีพื้นที่ทั้งหมด 329,750 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย 13 รัฐ แบ่งการปกครองออกเป็น 2 ส่วน คือมาเลเซียตะวันตก บริเวณคาบสมุทรมาเลย์ ประกอบด้วย 11 รัฐ และส่วนของมาเลเซียตะวันออกมี 2 รัฐ อยู่ติดกับประเทศบรูไนและอินโดนีเซีย เมืองหลวงคือกัวลาลัมเปอร์ มีประชากรประมาณ 29,920,000 คน (พ.ศ. 2549) มีความหลากหลายทางเชื้อชาติมาก โดยประกอบด้วยชาติพันธุ์มาเลย์ จีน อินเดีย ชนพื้นเมือง ไทยและอื่น ๆ ประชากร 55 % นับถือศาสนาอิสลาม ศาสนาพุทธ 25 % ศาสนาคริสต์ 13 % และฮินดูอีก 7 % ใช้ภาษามาเลย์เป็นภาษาราชการ ใช้เงินสกุลริงกิต รัฐธรรมนูญของมาเลเซียได้บัญญัติให้ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ พร้อมให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม อาทิ ได้รับเงินอุดหนุนทางด้านการศึกษา สาธารณะสุข การคลอดบุตร งานแต่งงานและงานศพ มาเลเซียปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีสมเด็จพระราชาธิบดี (Yang-diPertuan Agong) เป็นประมุข ซึ่งมาจากการเลือกตั้งจากเจ้าผู้ปกครองรัฐ 9 แห่ง และมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาลสหพันธรัฐ สินค้าส่งออกที่สำคัญได้แก่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ แร่ดีบุก (อันดับหนึ่งของโลก) สินค้าการเกษตรโดยเฉพาะยางพารา และข้าวเจ้า



     เจ้าหญิงไดอานา (Diana, Princess of Wales) ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เสียชีวิตที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ขณะอายุได้ 36 ปี พร้อมกับ โดดี อัล ฟาเย็ต (Dodi Al Fayed) คนรักและคนขับรถ หลังจากถูกรถมอเตอร์ไซค์ของนักข่าวไล่ตามด้วยความเร็วสูง จนกระทั่งรถยนต์ของพระองค์เสียหลักและประสบอุบัติเหตุ การสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอานาได้กลายเป็นกรณีตัวอย่างของการรุกรานสิทธิส่วนบุคคลโดยสื่อมวลชน ข่าวการเสียชีวิตของเจ้าหญิงไดอานาได้สร้างความสะเทือนใจต่อคนทั่วโลก และก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างกว้างขวาง



     "แจ็ค เดอะ ริปเปอร์” (Jack The Ripper) เริ่มลงมือสังหารเหยื่อรายแรกคือ แมรี แอนน์ นิโคลส์ (Mary Ann Nichols) โดยพบศพของแมรีถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมที่บริเวณถนนบัคส์โรว์ (Buck’s Row) ทั้งนี้ “แจ็ค เดอะ ริปเปอร์” หรือ “แจ็คนักเชือด” เป็นสมยานามของฆาตกรต่อเนื่อง (Serial Killer) ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในโลก ที่สังหารโสเภณีในลอนดอนติดต่อกันอย่างน้อย 5 คนในช่วงทศวรรษที่ 1880 แม้จะมีการสอบสวนสืบสวน และคาดเดาลักษณะของฆาตกรไปต่าง ๆ นานา แต่เขาก็ไม่เคยถูกจับตัวได้ ชื่อ “แจ็ค เดอะ ริปเปอร์” ปรากฎครั้งแรกในท้ายจดหมายทีถูกส่งมายังสำนักข่าวในอังกฤษ โดยอ้างตัวว่าเป็นฆาตกรในคดีดังกล่าว คดีฆาตกรรมต่อเนื่องของเขาเป็นที่สนใจของประชาชนเป็นอย่างมาก มีการลงข่าวในหนังสือพิมพ์ จนภายหลังก็มีการนำเรื่องความลึกลับซับซ้อนในการฆาตกรรมของเขามาแต่งเป็นหนังสือและสร้างภาพยนตร์หลายเรื่อง จนกลายเป็นเรื่องโรแมนติกและทำให้คนทั่วไปต้องการไขปริศนามาตลอดร้อยปีที่ผ่านมา



     วันเกิด รามอน แมกไซไซ (Ramon del Fierro Magsaysay) ประธานาธิบดีคนที่ 3 ของฟิลิปปินส์ เกิดที่จังหวัดแซมบาเลส (Zambales) ประเทศฟิลิปปินส์ในสมัยที่ยังเป็นอาณานิคมของสหรัฐอเมริกา พ่อเป็นช่างเหล็ก ส่วนแม่เป็นครู แมกไซไซเข้าเรียนกฎหมายที่มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ ภายหลังย้ายไปเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ แต่ไปจบบริหารธุรกิจที่ Jose Rizal College เริ่มทำงานเป็นช่างเครื่องที่บริษัทขนส่งในเมืองมนิลา ในระยะแรกบริษัทขาดทุนจนเกือบจะล้มละลาย แต่แมกไซไซได้เสนอวิธีทำงานแบบใหม่และมาตรการป้องกันการคอรัปชั่น ส่งผลให้บริษัทเริ่มกลับมาได้กำไร ในที่สุดเขาก็ได้เป็นผู้จัดการทั่วไป เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองระเบิดขึ้นในฟิลิปปินส์ เขาได้เข้าร่วมในกองทัพจนกระทั่งสงครามสงบ อเมริกาคืนเอกราชให้ฟิลิปปินส์ และแต่งตั้งให้แมกไซไซเป็นผู้ว่าราชการแห่งเมืองแซมบาเลส จากนั้นเขาก็ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกสองสมัย ในปี 2493 ประธานาธิบดีคิริโน (Elpidio Rivera Quirino) ก็ได้แต่ตั้งให้แมกไซไซเป็นเลขานุการของฝายป้องกันอาณาจักร (National Defense) และสามารถปราบปรามกองโจรก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ได้สำเร็จ โดยการส่งทหารลงไปสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชาวบ้านในชนบท ในที่สุดก็ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดี เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2496 ดำรงตำแหน่งจนกระทั่งเสียชีวิตในวันที่ 16 มีนาคม 2500 ปีต่อมาก็ได้มีการก่อตั้ง "มูลนิธิรางวัล รามอน แมกไซไซ" (Ramon Magsaysay Award Foundation) เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ประธานาธิบดีรามอน ซึ่งเป็นแบบอย่างของผู้ที่อุทิศตนทำงานเพื่อประชาธิปไตย และเป็นกองทุนของ "รางวัลรามอน แมกไซไซ" (Ramon Magsaysay Award) ให้แก่ผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคม รางวัลแมกไซไซนี้เปรียบเสมือนกับรางวัลโนเบลแห่งเอเชีย โดยแบ่งออกเป็น 6 สาขาได้แก่ บริการรัฐกิจ, บริการสาธารณะ, ผู้นำชุมชน, วารสารศาสตร์ วรรณกรรม และศิลปะการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์, สันติภาพและความเข้าใจระหว่างประเทศ และ ผู้นำในภาวะฉุกเฉิน มีพิธีมอบรางวัลเป็นประจำในวันที่ 31 สิงหาคมของทุกปี ที่กรุงมนิลา ประเทศฟิลิปปินส์




     31 สิงหาคม พ.ศ. 2440 โทมัส อัลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison) นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน จดสิทธิบัตร คิเนโตสโคป (kinetoscope) เครื่องฉายภาพยนตร์รุ่นแรกของโลก อีก 6 ปีต่อมาได้มีการใช้กล้องของเอดิสันถ่ายภาพยนตร์เรื่องแรกคือ The Great Train Robbery ความยาวประมาณ 8 นาที ถ่ายภาพโดย เอ็ดวิน เอส. พอร์ทเตอร์ (Edwin S. Porter)



     วันเกิด แฮร์มันน์ วอน เฮล์มโฮลทซ์ (Hermann Ludwig Ferdinand von Helmholtz) แพทย์และนักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน เกิดที่เมืองโพตส์ดาม พ่อเป็นครูสอนภาษาเยอรมัน ปรัชญา คณิตศาสตร์ และฟิสิกส์ ที่โรงเรียนมัธยมในเมือง ตอนเด็ก ๆ เขาชอบวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ และสามารถสอบชิงทุนได้เรียนแพทย์ที่Friedrich Wilhelm Institute of Medicine and Surgery นอกจากตั้งในเรียนในสายวิทยาศาสตร์อย่างจริงจังแล้ว เฮล์มโฮลทซ์ยังชอบอ่านกวีนิพนธ์ของเกอเธ่ และปรัชญาของคานท์ด้วย หลังจากเรียนจบเขาได้เป็นศัลยแพทย์ประจำกองทัพ ระหว่างนั้นก็ทำงานวิจัยมาตลอด ในปี 2390 เขาเสนอผลงานวิจัยเรื่อง"conservation of energy” ซึ่งมีใจความว่า พลังงานไม่สูญหายและพลังงานในจักรวาลมีค่าคงตัว แม้เขาจะไม่ใช่คนแรกที่ค้นพบพลังงาน แต่เขาเป็นคนแรกที่เขียนกฎนี้ออกมาในรูปของสมการ และพิสูจน์ความถูกต้องโดยการทดลอง กฎทรงพลังงานของเฮล์มโฮลทซ์ทำให้นักวิทยาศาสตร์มีมุมมองธรรมชาติในรูปแบบใหม่ จึงนับได้ว่ากฎของเขาได้ปฏิรูปวิทยาศาสตร์ครั้งใหญ่ จากนั้นเขาก็ถูกดึงตัวไปเป็นอาจารย์กายวิภาคศาสตร์ที่ Academy of Arts แห่งกรุงเบอร์ลิน ไม่นานก็ได้ดำรงตำแหน่งทางศาสตราจารย์ทางสรีรวิทยา นอกจากนี้เขายังได้ศึกษาทดลองเรื่องระบบประสาทของมนุษย์และสามารถวัดความเร็วของสัญญาณประสาทได้เป็นครั้งแรก จากนั้นเขาก็ได้ศึกษาทางเดินของแสงในเลนส์ตา และจอรับภาพในตา รวมถึงการใช้สมองแปลความหมายของสิ่งที่เห็น ในปี 2394 เขาประดิษฐ์ "Opthalmoscope” เครื่องตรวจสอบสภาพภานในดวงตา ซึ่งจักษุแพทย์ยังใช้กันอยู่จนทุกวันนี้ จากนั้นในปี 2406 เขาได้เขียนหนังสือเรื่อง "Theory of the Sensations of Tone” อธิบายเรื่องการได้ยินว่า เมื่อหูได้รับพลังกระตุ้นจากภายนอก หูจะทำงานโดยการส่งสัญญาไฟฟ้าไปที่สมอง แล้วสมองแปลความหมายของสัญญาณที่ได้รับอีกทอดหนึ่ง ในระหว่างทำงานอยู่ที่เบอร์ลินเขาได้แปลความหมายของสมการแม่เหล็กไฟฟ้าของแม็กซ์เวลล์ (Electromagnetism, Maxwell’s equations) ทำให้โลกรู้ว่าแสงเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ระหว่างเดินทางไปอเมริกาโดยทางเรือ เขาเมาคลื่นจนตกบันไดศรีษะฟาดพื้น จากนั้นสุขภาพก็เริ่มทรุดโทรม เป็นอัมพฤกษ์และเส้นเลือดในสมองอุดตัน เสียชีวิตในวันที่ 12 กรกฎาคม 2437


                                                                                               ขอบคุณสาระดีๆจาก sanook.com





วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2558

สาระความรู้ วันนี้....ในอดีต (ตอน29 สิงหาคม พ.ศ.2323 : วันเกิด ฌอง แอ็งกรส์ จิตรกรชาวฝรั่งเศส)



     29 สิงหาคม พ.ศ. 2323 วันเกิด ฌอง แอ็งกรส์ (Jean Auguste Dominique Ingres) จิตรกรชาวฝรั่งเศส สำนัก "นีโอ-คลาสสิค” (Neo-classic) เกิดที่เมืองมงโตบอง (Montauban) ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส บิดาเป็นจิตรกรและช่างปั้น ตอนอายุ 11 ขวบเข้าศึกษาที่ Academy of Fine Arts ที่เมืองตูลูส (Toulouse) หลังจากนั้นแอ็งกรส์ได้เดินทางไปปารีสเพื่อเรียนกับ ฌาคส์ หลุยส์ ดาวิด (Jacques - Louis David) ในปี 2344 ภาพ"The Envoys from Agamemnon” ของเขาก็ได้รางวัล Grand Prix de Rome นอกจากนั้นเขาก็ได้วาดภาพเหมือนของจักรพรรดินโปเลียนไว้หลายภาพ พออายุ 26 ปีเขาก็เดินทางไปกรุงโรมเพื่อวาดภาพประวัติศาสตร์ เทพเจ้าและวาดภาพเหมือนเลี้ยงชีพ จากนั้นก็ย้ายไปยังกรุงฟลอเรนซ์ดำรงชีพด้วยการรับจ้างเขียนภาพเหมือน แอ็งกรส์เริ่มมีชื่อเสียงหลังจากภาพ “Vow of Louis Xll” ของเขาได้ถูกนำไปติดตั้งที่วิหารในเมืองบ้านเกิด จากนั้นก็ได้วาดภาพเชิงประวัติศาสตร์อื่น ๆ ที่ประสบความสำเร็จอีกจำนวนมาก แอ็งกรส์มีชีวิตที่สุขสบายจนในวัย 54 ปี ภาพ "The Martydom of Saint Symphorian” ของเขาก็ถูกนักวิจารณ์อย่างรุนแรง เขาจึงย้ายไปอยู่ที่กรุงโรม ก่อนที่ชื่อเสียงในปารีสของเขาจะกลับมาอีกครั้งด้วยภาพ "Stratonice” อีกสี่ปีต่อมา ตอนวัย 82 ปีภาพเขียนชิ้นสำคัญที่สุดของเขาก็ได้รับการเผยแพร่สู่สาธรณชนคือ "The Turkish Bath” เป็นภาพหญิงเปลือยจำนวนมากในห้องอาบน้ำ แอ็งกรส์เขียนภาพนี้โดยอาศัยความรู้เกี่ยวกับตะวันออกกลางและจินตนาการ โดยไม่ได้ใช้แบบเลยสักคนเดียว สันนิษฐานว่าเขาใช้เวลาวาดภาพนี้ถึง 50 ปี ผู้คนต่างยกย่องกันว่าเป็นภาพเขียนที่สมบูรณ์และสมดุลย์มากที่สุด ภาพเหมือนของแอ็งกรส์มักจะได้รับคำวิจารณ์ว่าไม่ถูกต้องตามหลักกายวิภาค เพราะเขาให้ความสำคัญกับความงามมากกว่า เช่นเดียวกับที่เขาไม่ชอบวิชาดนตรี แต่เขารักดนตรี แอ็งกรส์ทำงานศิลปะจนกระทั่งเสียชีวิตในวัย 87 ปี คือเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2410



     29 สิงหาคม พ.ศ. 2175 วันเกิด จอห์น ล็อค (John Locke) นักปรัชญาชาวอังกฤษ หนึ่งในผู้ก่อตั้งปรัชญาสำนัก ประสบการณ์นิยม (Empiricism) เกิดที่เมืองซอมเมอร์เซ็ต (Somerset) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ บิดาเป็นทนายความ ล็อคได้เรียนหนังสือที่โรงเรียนของชนชั้นสูงที่กรุงลอนดอน และจบแพทย์จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด เริ่มทำงานวิจัยทางการแพทย์ร่วมทีมกับ เอิร์ล แห่ง ชาฟท์สเบอรี (Anthony Ashley-Cooper, 1st Earl of Shaftesbury) เมื่อชาฟท์สเบอรีได้เป็น Lord Chancellor ก็ชักชวนล็อคมาทำงานการเมืองด้วย เขาจึงได้พัฒนาความคิดทางด้านปรัชญาการเมือง และเขียนบทความลงหนังสือในระยะนี้ โดยเฉพาะเรื่อง "สิทธิตามธรรมชาติ” (Natural Right) ของมนุษย์ ซึ่งล็อคเชื่อว่ามนุษย์เกิดมาเป็นคนดี มีความอิสระอย่างเท่าเทียมกัน แต่เมื่อมาอยู่ร่วมกันเป็นสังคมใหญ่ ๆ จึงเกิดความขัดแย้งและวุ่นวาย มนุษย์จึงต้องทำ "สัญญาประชาคม“(Social Contract) อันเป็นต้นกำเนิดของ "รัฐ", "กฎหมาย" และ "องค์อธิปัตย์"โดยยอมสละสิทธิตามธรรมชาติให้รัฐเป็นผู้ดูแล จัดระเบียบสังคมให้เรียบร้อย ให้เป็นไปตามเจตนารมย์ของประชาชน หากรัฐไม่ทำตามนั้น ประชาชนก็อาจเรียกคืนอำนาจได้ ล็อคเป็นนักปรัชญาคนสำคัญแห่งสำนัก“ประสบการณ์นิยม” หรือ "ประจักษ์นิยม” ซึ่งเชื่อว่า ความรู้ทุกอย่างจะต้องได้มาจากประสบการณ์ เขาบอกว่าจิตของเด็กเกิดใหม่เปรียบเสมือน “กระดาษที่ยังว่างเปล่า” ("blank slate" หรือ "tabula rasa") จนกว่าประสบการณ์จะได้บันทึกอะไรลงไป ความคิดของล็อคมีอิทธิพลอย่างมากต่อพัฒนาการของ ญาณวิทยา(epistemology) ปรัชญาการเมือง (political philosophy) กฎหมาย การปฏิวัติอเมริกัน และเป็นพื้นฐานของกฎหมายอเมริกัน นับว่าล็อคเป็นนักปรัชญาที่มีอิทธิพลมากที่สุดแห่งยุคแสงสว่างทางปัญญา(Enlightenment) ล็อคเสียชีวิตในวันที่ 28 ตุลาคม 2247



     29 สิงหาคม พ.ศ. 2463 วันเกิด ชาลี ปาร์คเกอร์ (Charles "Bird" Parker, Jr.) นักอัลโตแซ็กโซโฟนแจ๊สผู้ยิ่งใหญ่ชาวอเมริกัน บิดาแห่ง "บีบ็อพ” (Bebop) เกิดที่เมืองแคนซัสซิตี้ มลรัฐแคนซัส สหรัฐอเมริกา พ่อของเขาเป็นพ่อครัวบนรถไฟที่เคยเป็นนักเปียโนและนักเต้นรำมาก่อน แม่ทำงานที่สถาบันการเงิน เบิร์ดเริ่มเล่นแซ็กโซโฟนครั้งแรกตอนอายุ 11 ขวบ โดยเช่าแซ็กโซโฟนมาเล่น เขาไม่ได้เรียนดนตรีอย่างเป็นระบบ ได้แต่หัดเล่นและหาประสบการณ์บนเวทีด้วยตนเอง จนวันหนึ่งมือกลองถึงกับทนไม่ได้ ขว้างฉาบใส่ขณะเขากำลังเป่าแซ็กฯ เป็นเหตุให้เบิร์ดโกรธแค้นมาก กลับไปเรียนรู้ทฤษฎีเพิ่มเติม โดยสังเกตและฟังจากนักดนตรีรุ่นใหญ่ และฝึกฝนฝีมืออย่างหนักจนถึงอายุ 15 ปี ด้วยเหตุนี้เสียงดนตรีของเขาจึงแตกต่างจากขนบการเล่นในสมัยนั้น ชื่อเสียงของเบิร์ดเริ่มดังไปทั่วเมืองแคนซัส จนได้ร่วมวงกับ เคาท์ เบซี (Count Basie) วงดนตรีชั้นนำของเมือง จากนั้นก็พัฒนาเทคนิคและฝีมือจนจัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ปี 2480 เขารวมวงกับ เจย์ แม็คแชนน์ (Jay McShann) ออกทัวร์เล่นดนตรีตามไนท์คลับแถบตะวันตกเฉียงใต้ของอเมริกา อีกสองปีต่อมาเขาย้ายไปนิวยอร์กเป็นนักดนตรีอาชีพและประกอบอาชีพอื่น ๆ เช่น ล้างจาน เสริมเพื่อเลียงชีพด้วย จากนั้นก็ร่วมวงกับ เอิร์ล ไฮน์ส(Earl Hines), ดิซซี กิลเลสปี (Dizzy Gillespie) ก่อนจะแยกออกมาตั้งวงของตนเองในภายหลัง ในสมัยนั้นยังเป็นยุคที่ดนตรีสวิงและบิ๊กแบนด์กำลังเฟื่องฟู แต่เบิร์ดกลับเบื่อหน่ายสุ้มเสียงเดิม ๆ และรูปแบบอันซ้ำซาก เขาจึงแสวงหาสุ้มเสียงใหม่ ๆ อยู่เสมอ โดยการแจมกับนักดนตรีคนอื่น ๆ ในวงขนาดเล็ก และเล่นดนตรีตามความพึงพอใจของตนเองเป็นหลัก จนกระทั่งวันหนึ่งขณะกำลังแจมเพลง "Cherokee” กับ บิดดี ฟลีท (William “Biddy” Fleet) เขาก็ลองเล่นตาม “เสียงที่ได้ยิน” ออกมาเป็นครั้งแรก และพัฒนาร่วมกับนักดนตรีอีกหลายคน เช่น ดิซซี และ มังค์ (Thelonious Monk) จนกระทั่งกลายเป็นแจ๊สกระแสใหม่เรียกว่า "บีบ็อพ” (Bebop) ซึ่งเป็นดนตรีที่เล่นในทำนองที่รวดเร็ว เข้าถึงอารมณ์ จังหวะซับซ้อนมากขึ้น มีการด้นสดที่บิดผันทำนองเดิม ๆ จนกลายแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ แต่ขณะเดียวกัน นักดนตรีบิ๊กแบนด์หลายคนอย่าง ทอมมี ดอร์ซีย์ (Tommy Dorsey) และ อาร์มสตรอง (Louis Armstrong) ก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าบีบ็อพทำให้แจ๊สก้าวถอยหลังเข้าคลอง แต่อย่างไรก็ตามบีบ็อพก็กลายเป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก และเป็นกิ่งก้านใหม่ของแจ๊สที่จะเติบโตเป็น คูลแจ๊ส (Cool Jazz), ฮาร์ดบ็อพ (Hard Bop), โมดัลแจ๊ส (Modal Jazz) และ ฟรีแจ๊ส (Free Jazz) ในที่สุด นับได้ว่าบีบ็อพเป็นการปฏิวัติวงการแจ๊สไปสู่แจ๊สสมัยใหม่ (Modern Jazz) เบิร์ดได้รับการยอมรับว่าเป็นนักดนตรีที่ขยันฝึกซ้อม ชอบทดลองหาเทคนิคใหม่ ๆ ผู้ฟังก็มักจะประหลาดใจในสุ้มเสียงดนตรีใหม่ ๆ จากฮอร์นของเขาอยู่เสมอ แม้เขาจะค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเองและขาดความรับผิดชอบ เขาติดเหล้าและเฮโรอีน ซึ่งเป็นสาเหตุให้ต้องจากไปในวัยหนุ่มเพียง 34 ปี เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2498 ด้วยอาการปอดอักเสบ อันเป็นผลพวงจากการดื่มสุราและใช้ยาเสพติดมาตั้งแต่วัยรุ่น


                                                                                                 ขอบคุณสาระดีๆจาก sanook.com



วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2558

สาระความรู้ วันนี้....ในอดีต (ตอน27 สิงหาคม พ.ศ.2425 : ราล์ฟ วัลโด อีเมอร์สัน นักปรัชญาชาวอเมริกันเสียชีวิต)



     27 สิงหาคม พ.ศ. 2425 ราล์ฟ วัลโด อีเมอร์สัน (Ralph Waldo Emerson) กวี นักเขียนและนักปรัชญาชาวอเมริกัน ผู้นำขบวนการเคลื่อนไหวปรัชญา จิตนิยมอุตรวิสัย (Transcendentalism) ในต้นศตวรรษที่ 19 เสียชีวิต อีเมอร์สันเกิดที่แมสซาชูเส็ตส์ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2346 ตอนแปดขวบบิดาเสียชีวิต เขาต้องทำงานส่งตัวเองเรียนจนจบมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เริ่มต้นทำงานเป็นครู ในปี 2372 ได้บวชเป็นบาทหลวงที่โบสถ์ยูนิทาเรียน (Unitarian) อีสองปีต่อมาภรรยาของเขาเสียชีวิต เขาเริ่มเกิดความคลางแคลงใจในศาสนา จึงลาออกในปี 2375 ปีต่อมาเขาเดินทางไปเที่ยวยุโรปอยู่หนึ่งปี ที่นี่เขาได้พบกับนักคิดนักเขียนคนสำคัญอย่าง เวิร์ดสเวิร์ธ (William Wordsworth) จอห์น มิลล์ (John Stuart Mill) และ โธมัส คาร์ลีลย์ (Thomas Carlyle) ก่อนจะกลับอเมริกามาเขียนหนังสืออย่างจริงจัง ในปี 2378 อีเมอร์สันกับพรรคพวกก่อตั้งTranscendental Club ปีต่อมาเขาตีพิมพ์ Nature หนังสือรวมบทความเล่มแรก ซึ่งได้สะท้อนแนวคิดทางปรัชญาจิตนิยมอุตรวิสัย ซึ่งมีความเชื่อว่า สิ่งที่มนุษย์รับรู้จะต้องผ่านการทำงานของจิตเสียก่อน มนุษย์จะรับรู้ความจริงโดยไม่ผ่านการทำงานของจิตไม่ได้ และระบบการทำงานของจิตอยู่เหนือประสบการณ์ จากนั้นเขาได้ออกไปบรรยายตามสถาบันการศึกษาต่าง ๆ และเริ่มมีชื่อเสียงในอเมริกา เขาเขียนบทความ และบทกวีไว้จำนวนมาก ผลงานที่สำคัญได้แก่ The Conduct of life, Nature and Other Writings และ Society and Solitude อีเมอร์สันนับเป็นนักปราชญ์ที่มีอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งของอเมริกา


                                                                                                        ขอบคุณสาระดีๆจาก sanook.com

วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558

สาระความรู้ วันนี้....ในอดีต (ตอน26 สิงหาคม พ.ศ.2463 : วันเกิด พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรีไทย)




     พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เกิดเมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๔๖๓ ที่ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา เป็นบุตรคนที่ ๖ ของ อำมาตย์โท หลวงวินิจฑัณทกรรม กับ นางออด ติณสูลานนท์ พลเอก เปรม เริ่มการศึกษาชั้นต้นที่โรงเรียนวัดบ่อยาง และศึกษาต่อที่โรงเรียนวชิราวุธ จังหวัดสงขลา จากนั้นเข้ามาศึกษาต่อในกรุงเทพมหานครที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนเทคนิคทหารบก โรงเรียนทหารม้า ศูนย์การทหารม้า โรงเรียนยานเกราะ กองทัพบกสหรัฐอเมริกา ฟอร์ทน๊อกซ์ เคนตั๊กกี้ สหรัฐอเมริกา วิทยาลัยกองทัพบก และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรรุ่นที่ ๙ พลเอก เปรม เริ่มรับราชการในตำแหน่งผู้บังคับหมวด ที่กรมรถรบ จากนั้นมีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่ราชการมาตามลำดับ กล่าวคือ ปี ๒๕๐๒ ได้เลื่อนยศเป็นพันเอก ในตำแหน่งรองผู้บัญชาการโรงเรียนยานเกราะ ปี ๒๕๐๖ ดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า เลื่อนยศเป็นพลตรีในตำแหน่งผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้าและเป็นรองแม่ทัพภาคที่ ๒ ในปี ๒๕๑๖ ได้เป็นแม่ทัพภาคที่ ๒ ในปี ๒๕๑๗ เลื่อนยศเป็นพลเอกในตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในปี ๒๕๒๐ และดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ในปี ๒๕๒๑ พลเอก เปรม เข้ามามีบทบาททางการเมือง โดยได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ.๒๕๐๒ เป็นสมาชิกวุฒิสภา ในปี ๒๕๑๑ และเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อปี ๒๕๑๖ พลเอก เปรม เข้าร่วมรัฐบาลของพลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ โดยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและสมาชิกสภาปฎิรูป ในปี ๒๕๒๐ และ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในปี ๒๕๒๒ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสืบต่อจาก พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๒๓ ตลอดระยะเวลาที่บริหารประเทศได้มีผลงานสำคัญมากมาย เช่น การปรับปรุงประมวลกฎหมายรัษฎากรและกฎหมายสรรพสินค้า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่สังคม การสร้างงานตามโครงการสร้างงานในชนบท (กสช.) การจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐบาล และเอกชน (กรอ.) เพื่อส่งเสริมบทบาททางการค้าและการลงทุนของภาคเอกชนภายในประเทศ การดำเนินการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ภายในประเทศอย่างได้ผล โดยนำนโยบายการใช้ "การเมืองนำการทหาร" ตามคำสั่งนโยบายที่ ๖๖/๒๕๒๓ เป็นผลให้พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยอ่อนกำลังลงและสลายตัวไปในที่สุด พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ได้บริหารประเทศมาจนถึงวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๓๑ ก็ตัดสินใจยุบสภาอันเนื่องมาจากวิกฤตการณ์ทางการเมือง และกำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๓๑ พร้อมทั้งยุติบทบาททางการเมือง ต่อมาได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นองคมนตรี เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๓๑ และยังได้รับการยกย่องให้เป็น รัฐบุรุษด้วย ในปัจจุบันได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นประธานองคมนตรีแทนนายสัญญา ธรรมศักดิ์ เมื่อวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๔๑



     26 สิงหาคม 2426 ภูเขาไฟกรากาตัว ในประเทศอินโดนีเซีย ระเบิดอย่างรุนแรง เกาะสั่นสะเทือน เถ้าถ่านฝุ่นควันปลิวไปทั่วท้องฟ้า เกิดระเบิดขนาดกลางมาอีกหลายครั้ง ชาวบ้านต่างเกิดความหวาดกลัว ในคืนนั้น แม้ผู้ที่กำลังอยู่ในเรือที่อยู่ห่างจากกรากะตัวถึง16กิโลเมตรก็ยังเห็นการระเบิดอย่างชัดเจน และรู้สึกได้ว่าน้ำทะเลรอบเรือร้อนขึ้นมาก การระเบิดดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ผู้คนเริ่มล่องเรือออกไปจากเกาะ ส่วนผู้ที่เลือกจะอยู่ในเกาะก็พยายามหาที่กำบังให้ปลอดภัยที่สุด เกิดคลื่นสึนามิทำลายหมู่บ้าน 163 หมู่บ้าน บนเกาะชวาและเกาะสุมาตรา มีผู้เสียชีวิต 36,380 คน



     นางสาวเยาวภา บุรพลชัย หรือ น้องวิว นักกีฬาเทควันโดหญิง ทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองแดงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2004 ณ กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ โดยได้จากการแข่งขันในรุ่น 47-51 กิโลกรัม น้องวิว เกิดเมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2527 เป็นบุตรีของ ร้อยตรีธำรง และ นางสมศรี บุรพลชัย มีน้องชาย 1 คน คือ นายประกิต บุรพลชัย เริ่มเล่นเทควันโดครั้งแรก ตั้งแต่อายุ 15 ปี ขณะศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คณะมนุษยศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษ นางสาวเยาวภา บุรพลชัยได้ประกาศเลิกเล่นกีฬา เทควันโด ซึ่งเป็นกีฬาที่ตนรักที่สุดไปแล้ว เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ ต้องพักรักษาตัว แต่จะมาเป็นโค้ชให้กับทีมชาติไทยต่อไปหรือไม่นั้น น้องวิว เยาวภา บอกว่า เป็นเรื่องของอนาคต แต่ตนขอเรียนให้จบระดับชั้นปริญญาก่อน ผลงานปัจจุบัน เป็นผู้ประกาศข่าวกีฬา รายการ ข่าววันใหม่ทางช่อง3 ทุกวัน พุธ-พฤหัสบดี-ศุกร์ เวลาประมาณ 01.00น.


                                                                                                    ขอบคุณสาระดีๆจาก sanook.com