วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2558

สาระความรู้ วันนี้....ในอดีต (ตอน 6 สิงหาคม พ.ศ.2532 : เกรียงไกร เตชะโม่ง ขโมยเครื่องเพชรซาอุฯ)



     6 สิงหาคม พ.ศ. 2532 เกรียงไกร เตชะโม่ง คนงานไทยชาวลำปางที่ทำงานอยู่ในพระราชวังของกษัตริย์ไฟซาล (King Faisal) แห่งซาอุดิอารเบีย ขโมยเครื่องเพชรของ เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาฮัด (Prince Faisal Bin Fahd Bin Abdul Aziz) มูลค่าหลายร้อยล้านบาท กลับมาประเทศไทย กลายเป็นโศกนาฎกรรม "คดีเพชรซาอุฯ" อันลือลั่น เมื่อทางการซาอุดิอารเบียแจ้งมายังรัฐบาลไทย ซึ่งในระยะแรกให้การปฏิเสธ จากนั้นก็ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนโดยมอบหมายให้ พล.ต.ต. ชลอ เกิดเทศ เป็นหัวหน้า และสามารถจับกุมตัวนายเกรียงไกรได้ แต่ทางการไทยตัดสินใจไม่ส่งไปดำเนินการที่ซาอุฯ เนื่องจากเห็นว่ากฎหมายที่นั่นรุนแรงเกินไป ศาลได้พิพากษาตัดสินจำคุก คดีถึงที่สุดและปัจจุบันพ้นโทษแล้ว จากนั้นได้ส่งเพชรบางส่วนคืน แต่ปรากฏว่ามีบางส่วนเป็นของปลอม สร้างความไม่พอใจให้ราชวงศ์ซาอุดิอารเบียเป็นอย่างมาก รัฐบาลไทยต้องเจรจาทางการทูต นายเกรียงไกรได้สารภาพว่า ได้โจรกรรมเครื่องเพชรของเจ้าชายไฟซาลแล้วนำเข้ามาขายในประเทศไทย โดยขายให้ นายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ เสี่ยเจ้าของร้านเพชร ซึ่งภายหลังถูกตำรวจในทีม พล.ต.ต. ชะลอข่มขู่คุกคาม ในที่สุดก็จับตัวภรรยาและลูกชายของนายสันติคือ นางดาราวดี และ ด.ช.เสรี ศรีธนะขัณฑ์ ไปกักขังเพื่อบังคับให้นายสันตินำเพชรส่วนที่เหลือมาคืน แต่กักขังไว้นานนับเดือนก็ยังไม่ได้เพชรที่ต้องการ ซ้ำตำรวจนายหนึ่งยังได้ข่มขืนภรรยาของนายสันติ จากนั้นทีมตำรวจชุดนี้จึงสังหารสองแม่ลูกแล้วอำพรางคดีให้เป็นอุบัติเหตุ จากนั้นทีมสอบสวนชุดใหม่ก็สืบพบว่าเป็นการ "อุ้มฆ่า" จึงจับกุมตัว พล.ต.ต. ชลอ และสมุนทั้ง 9 คน มาดำเนินการทางกฎหมาย ในที่สุดศาลอุทธรณ์ก็ได้พิพากษาให้ประหารชีวิต ส่วนเพชรอาถรรพ์ “บลูไดมอนด์” ก็ยังไม่พบ คดีโจรกรรมเพชรซาอุฯ ครั้งนี้ได้ส่งผลสะเทือนต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับซาอุดิอารเบียมาจนถึงทุกวันนี้



     6 สิงหาคม พ.ศ. 2471 วันเกิด แอนดี วอร์โฮล (Andy Warhol) ราชา ป็อปอาร์ต (pop art : ศิลปะประชานิยม) เกิดที่เมืองฟอเรสต์ รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา เดิมชื่อ "แอนดรูว์ วอร์โฮลา" (Andrew Warhola) จบการศึกษาด้านวิจิตรศิลป์จาก Carnegie Institute of Technology วอร์โฮลมีโอกาสแสดงผลงานเดี่ยวครั้งแรกที่ “ฮูโก แกลเลอรี” (Hugo Gallery) ในนิวยอร์กในปี 2495 เริ่มเป็นที่รู้จักในวงการศิลปะเมืองนิวยอร์กนับแต่นั้น วอร์โฮลต้องมีใจรักศิลปะแต่ก็ต้องอยู่รอดให้ได้ดวย จึงพยายามปรับทักษะด้านการออกแบบงานพานิชย์ศิลป์ให้เป็นงานศิลปะ โดยทดลองทำเทคนิคซิลก์สกรีนบนผ้าใบซึ่งเป็นเทคนิคที่นิยมใช้กับงานพาณิชยศิลป์มาประยุกต์ใช้ในการสร้างงานศิลปะสมัยใหม่ จนเป็นที่รู้จักแพร่หลาย และเทคนิคนี้ก็กลายเป็นเอกลักษณ์ของวอร์โฮลไปในที่สุด เขาได้เริ่มนำภาชนะสำหรับบรรจุเครื่องอุปโภคที่อยู่ใกล้ตัวมาทำงานศิลปะ เช่นภาพ "Campbell’s Soup" ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้วอร์โฮลมากอีกชุดหนึ่ง คือชุดดารา นักร้อง และผู้มีชื่อเสียง เช่น เอลวิส เพรสลีย์, มาริลิน มอนโร, เหมาเจ๋อตุง แม้วอร์โฮลจะประสบความสำเร็จด้านศิลปะแต่ชีวิตส่วนตัวไม่ค่อยมีความสุขนัก เขาไม่ได้แต่งงานเพราะเป็นผู้นิยมรักร่วมเพศ จึงอาศัยอยู่กับมารดาในนิวยอร์กและเลี้ยงแมวไว้เป็นเพื่อนแก้เหงา วอร์โฮลเสียชีวิต 22 กุมภาพันธ์ 2488 หลังจากการผ่าตัด การเสียชีวิตของวอร์โฮลนับเป็นการปิดฉากชีวิตของศิลปินแนวหน้าของคริสต์ศตวรรษที่ 20




     6 สิงหาคม พ.ศ. 2488 สหรัฐอเมริกา ทิ้งระเบิดปรมาณูลูกแรกใน สงครามโลกครั้งที่ 2 (World War II) ที่เมือง ฮิโรชิมา (Hiroshima) ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองทัพบกที่สองของญี่ปุ่น เพื่อบังคับให้ญี่ปุ่นยอมแพ้สงคราม โดยเครื่องบิน B-29 Superfortress ชื่อ "Enola Gay" ซึ่งขับโดย พันโท พอล ทิบเบตส์ (Paul Tibbets) ระเบิดนิวเคลียร์ลูกนี้มีชื่อว่า "ลิตเติลบอย" (Little Boy) ซึ่งประกอบจากธาตุ "ยูเรเนียม-235" น้ำหนัก 60 กิโลกรัม มีอานุภาพทำลายล้างเท่ากับระเบิดทีเอ็นที (TNT) 13 กิโลตัน ส่งผลให้เมืองฮิโรชิมาทั้งเมืองถูกทำลายราบเป็นหน้ากลอง มีผู้เสียชีวิตทันทีกว่า 130,000 คน อีกสามวันต่อมาคือวันที่ 9 สิงหาคม สหรัฐอเมริกาก็ทิ้งระเบิดปรมาณูอีกลูกคือ "แฟตแมน" (Fat Man) ถล่มเมือง นางาซากิ (Nagasaki) เมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดและเมืองอุตสาหกรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น โดยเครื่องบิน B-29 Superfortress ชื่อ "Bockscar" ขับโดย พันตรี ชาร์ลส์ สวีนีย์ (Charles W. Sweeney) เป็นระเบิดนิวเคลียร์ชนิดแกนพลูโตเนียม มีอานุภาพทำลายล้างเท่ากับระเบิดทีเอ็นที (TNT) 21 กิโลตัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันทีกว่า 750,000 คน เมื่อสงครามสิ้นสุด ประมาณการว่ามีชาวญี่ปุ่นเสียชีวิตมากกว่า 2 ล้านคน ยังไม่นับรวมผู้บาดเจ็บจากการได้รับกัมมันตภาพรังสีอีกจำนวนมาก กลายเป็นบาปตราใหญ่ที่สุดในใจของทั้งฝ่ายชนะและฝ่ายที่พ่ายแพ้สงครามมาจนทุกวันนี้


                                                                                ขอบคุณสาระดีๆจาก sanook.com