29 สิงหาคม พ.ศ.2323 : วันเกิด ฌอง แอ็งกรส์ จิตรกรชาวฝรั่งเศส
29 สิงหาคม พ.ศ. 2323 วันเกิด ฌอง แอ็งกรส์ (Jean Auguste Dominique Ingres) จิตรกรชาวฝรั่งเศส สำนัก "นีโอ-คลาสสิค” (Neo-classic) เกิดที่เมืองมงโตบอง (Montauban) ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส บิดาเป็นจิตรกรและช่างปั้น ตอนอายุ 11 ขวบเข้าศึกษาที่ Academy of Fine Arts ที่เมืองตูลูส (Toulouse) หลังจากนั้นแอ็งกรส์ได้เดินทางไปปารีสเพื่อเรียนกับ ฌาคส์ หลุยส์ ดาวิด (Jacques - Louis David) ในปี 2344 ภาพ"The Envoys from Agamemnon” ของเขาก็ได้รางวัล Grand Prix de Rome นอกจากนั้นเขาก็ได้วาดภาพเหมือนของจักรพรรดินโปเลียนไว้หลายภาพ พออายุ 26 ปีเขาก็เดินทางไปกรุงโรมเพื่อวาดภาพประวัติศาสตร์ เทพเจ้าและวาดภาพเหมือนเลี้ยงชีพ จากนั้นก็ย้ายไปยังกรุงฟลอเรนซ์ดำรงชีพด้วยการรับจ้างเขียนภาพเหมือน แอ็งกรส์เริ่มมีชื่อเสียงหลังจากภาพ “Vow of Louis Xll” ของเขาได้ถูกนำไปติดตั้งที่วิหารในเมืองบ้านเกิด จากนั้นก็ได้วาดภาพเชิงประวัติศาสตร์อื่น ๆ ที่ประสบความสำเร็จอีกจำนวนมาก แอ็งกรส์มีชีวิตที่สุขสบายจนในวัย 54 ปี ภาพ "The Martydom of Saint Symphorian” ของเขาก็ถูกนักวิจารณ์อย่างรุนแรง เขาจึงย้ายไปอยู่ที่กรุงโรม ก่อนที่ชื่อเสียงในปารีสของเขาจะกลับมาอีกครั้งด้วยภาพ "Stratonice” อีกสี่ปีต่อมา ตอนวัย 82 ปีภาพเขียนชิ้นสำคัญที่สุดของเขาก็ได้รับการเผยแพร่สู่สาธรณชนคือ "The Turkish Bath” เป็นภาพหญิงเปลือยจำนวนมากในห้องอาบน้ำ แอ็งกรส์เขียนภาพนี้โดยอาศัยความรู้เกี่ยวกับตะวันออกกลางและจินตนาการ โดยไม่ได้ใช้แบบเลยสักคนเดียว สันนิษฐานว่าเขาใช้เวลาวาดภาพนี้ถึง 50 ปี ผู้คนต่างยกย่องกันว่าเป็นภาพเขียนที่สมบูรณ์และสมดุลย์มากที่สุด ภาพเหมือนของแอ็งกรส์มักจะได้รับคำวิจารณ์ว่าไม่ถูกต้องตามหลักกายวิภาค เพราะเขาให้ความสำคัญกับความงามมากกว่า เช่นเดียวกับที่เขาไม่ชอบวิชาดนตรี แต่เขารักดนตรี แอ็งกรส์ทำงานศิลปะจนกระทั่งเสียชีวิตในวัย 87 ปี คือเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2410
29 สิงหาคม พ.ศ.2175 : วันเกิด จอห์น ล็อค นักปรัชญาชาวอังกฤษ
29 สิงหาคม พ.ศ. 2175 วันเกิด จอห์น ล็อค (John Locke) นักปรัชญาชาวอังกฤษ หนึ่งในผู้ก่อตั้งปรัชญาสำนัก ประสบการณ์นิยม (Empiricism) เกิดที่เมืองซอมเมอร์เซ็ต (Somerset) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ บิดาเป็นทนายความ ล็อคได้เรียนหนังสือที่โรงเรียนของชนชั้นสูงที่กรุงลอนดอน และจบแพทย์จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด เริ่มทำงานวิจัยทางการแพทย์ร่วมทีมกับ เอิร์ล แห่ง ชาฟท์สเบอรี (Anthony Ashley-Cooper, 1st Earl of Shaftesbury) เมื่อชาฟท์สเบอรีได้เป็น Lord Chancellor ก็ชักชวนล็อคมาทำงานการเมืองด้วย เขาจึงได้พัฒนาความคิดทางด้านปรัชญาการเมือง และเขียนบทความลงหนังสือในระยะนี้ โดยเฉพาะเรื่อง "สิทธิตามธรรมชาติ” (Natural Right) ของมนุษย์ ซึ่งล็อคเชื่อว่ามนุษย์เกิดมาเป็นคนดี มีความอิสระอย่างเท่าเทียมกัน แต่เมื่อมาอยู่ร่วมกันเป็นสังคมใหญ่ ๆ จึงเกิดความขัดแย้งและวุ่นวาย มนุษย์จึงต้องทำ "สัญญาประชาคม“(Social Contract) อันเป็นต้นกำเนิดของ "รัฐ", "กฎหมาย" และ "องค์อธิปัตย์"โดยยอมสละสิทธิตามธรรมชาติให้รัฐเป็นผู้ดูแล จัดระเบียบสังคมให้เรียบร้อย ให้เป็นไปตามเจตนารมย์ของประชาชน หากรัฐไม่ทำตามนั้น ประชาชนก็อาจเรียกคืนอำนาจได้ ล็อคเป็นนักปรัชญาคนสำคัญแห่งสำนัก“ประสบการณ์นิยม” หรือ "ประจักษ์นิยม” ซึ่งเชื่อว่า ความรู้ทุกอย่างจะต้องได้มาจากประสบการณ์ เขาบอกว่าจิตของเด็กเกิดใหม่เปรียบเสมือน “กระดาษที่ยังว่างเปล่า” ("blank slate" หรือ "tabula rasa") จนกว่าประสบการณ์จะได้บันทึกอะไรลงไป ความคิดของล็อคมีอิทธิพลอย่างมากต่อพัฒนาการของ ญาณวิทยา(epistemology) ปรัชญาการเมือง (political philosophy) กฎหมาย การปฏิวัติอเมริกัน และเป็นพื้นฐานของกฎหมายอเมริกัน นับว่าล็อคเป็นนักปรัชญาที่มีอิทธิพลมากที่สุดแห่งยุคแสงสว่างทางปัญญา(Enlightenment) ล็อคเสียชีวิตในวันที่ 28 ตุลาคม 2247
29 สิงหาคม พ.ศ.2463 : วันเกิด ชาลี ปาร์คเกอร์ นักอัลโตแซ็กโซโฟนแจ๊สชาวอเมริกัน
29 สิงหาคม พ.ศ. 2463 วันเกิด ชาลี ปาร์คเกอร์ (Charles "Bird" Parker, Jr.) นักอัลโตแซ็กโซโฟนแจ๊สผู้ยิ่งใหญ่ชาวอเมริกัน บิดาแห่ง "บีบ็อพ” (Bebop) เกิดที่เมืองแคนซัสซิตี้ มลรัฐแคนซัส สหรัฐอเมริกา พ่อของเขาเป็นพ่อครัวบนรถไฟที่เคยเป็นนักเปียโนและนักเต้นรำมาก่อน แม่ทำงานที่สถาบันการเงิน เบิร์ดเริ่มเล่นแซ็กโซโฟนครั้งแรกตอนอายุ 11 ขวบ โดยเช่าแซ็กโซโฟนมาเล่น เขาไม่ได้เรียนดนตรีอย่างเป็นระบบ ได้แต่หัดเล่นและหาประสบการณ์บนเวทีด้วยตนเอง จนวันหนึ่งมือกลองถึงกับทนไม่ได้ ขว้างฉาบใส่ขณะเขากำลังเป่าแซ็กฯ เป็นเหตุให้เบิร์ดโกรธแค้นมาก กลับไปเรียนรู้ทฤษฎีเพิ่มเติม โดยสังเกตและฟังจากนักดนตรีรุ่นใหญ่ และฝึกฝนฝีมืออย่างหนักจนถึงอายุ 15 ปี ด้วยเหตุนี้เสียงดนตรีของเขาจึงแตกต่างจากขนบการเล่นในสมัยนั้น ชื่อเสียงของเบิร์ดเริ่มดังไปทั่วเมืองแคนซัส จนได้ร่วมวงกับ เคาท์ เบซี (Count Basie) วงดนตรีชั้นนำของเมือง จากนั้นก็พัฒนาเทคนิคและฝีมือจนจัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ปี 2480 เขารวมวงกับ เจย์ แม็คแชนน์ (Jay McShann) ออกทัวร์เล่นดนตรีตามไนท์คลับแถบตะวันตกเฉียงใต้ของอเมริกา อีกสองปีต่อมาเขาย้ายไปนิวยอร์กเป็นนักดนตรีอาชีพและประกอบอาชีพอื่น ๆ เช่น ล้างจาน เสริมเพื่อเลียงชีพด้วย จากนั้นก็ร่วมวงกับ เอิร์ล ไฮน์ส(Earl Hines), ดิซซี กิลเลสปี (Dizzy Gillespie) ก่อนจะแยกออกมาตั้งวงของตนเองในภายหลัง ในสมัยนั้นยังเป็นยุคที่ดนตรีสวิงและบิ๊กแบนด์กำลังเฟื่องฟู แต่เบิร์ดกลับเบื่อหน่ายสุ้มเสียงเดิม ๆ และรูปแบบอันซ้ำซาก เขาจึงแสวงหาสุ้มเสียงใหม่ ๆ อยู่เสมอ โดยการแจมกับนักดนตรีคนอื่น ๆ ในวงขนาดเล็ก และเล่นดนตรีตามความพึงพอใจของตนเองเป็นหลัก จนกระทั่งวันหนึ่งขณะกำลังแจมเพลง "Cherokee” กับ บิดดี ฟลีท (William “Biddy” Fleet) เขาก็ลองเล่นตาม “เสียงที่ได้ยิน” ออกมาเป็นครั้งแรก และพัฒนาร่วมกับนักดนตรีอีกหลายคน เช่น ดิซซี และ มังค์ (Thelonious Monk) จนกระทั่งกลายเป็นแจ๊สกระแสใหม่เรียกว่า "บีบ็อพ” (Bebop) ซึ่งเป็นดนตรีที่เล่นในทำนองที่รวดเร็ว เข้าถึงอารมณ์ จังหวะซับซ้อนมากขึ้น มีการด้นสดที่บิดผันทำนองเดิม ๆ จนกลายแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ แต่ขณะเดียวกัน นักดนตรีบิ๊กแบนด์หลายคนอย่าง ทอมมี ดอร์ซีย์ (Tommy Dorsey) และ อาร์มสตรอง (Louis Armstrong) ก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าบีบ็อพทำให้แจ๊สก้าวถอยหลังเข้าคลอง แต่อย่างไรก็ตามบีบ็อพก็กลายเป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก และเป็นกิ่งก้านใหม่ของแจ๊สที่จะเติบโตเป็น คูลแจ๊ส (Cool Jazz), ฮาร์ดบ็อพ (Hard Bop), โมดัลแจ๊ส (Modal Jazz) และ ฟรีแจ๊ส (Free Jazz) ในที่สุด นับได้ว่าบีบ็อพเป็นการปฏิวัติวงการแจ๊สไปสู่แจ๊สสมัยใหม่ (Modern Jazz) เบิร์ดได้รับการยอมรับว่าเป็นนักดนตรีที่ขยันฝึกซ้อม ชอบทดลองหาเทคนิคใหม่ ๆ ผู้ฟังก็มักจะประหลาดใจในสุ้มเสียงดนตรีใหม่ ๆ จากฮอร์นของเขาอยู่เสมอ แม้เขาจะค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเองและขาดความรับผิดชอบ เขาติดเหล้าและเฮโรอีน ซึ่งเป็นสาเหตุให้ต้องจากไปในวัยหนุ่มเพียง 34 ปี เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2498 ด้วยอาการปอดอักเสบ อันเป็นผลพวงจากการดื่มสุราและใช้ยาเสพติดมาตั้งแต่วัยรุ่น
ขอบคุณสาระดีๆจาก sanook.com



