วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2558

สาระความรู้ วันนี้....ในอดีต (ตอน 23 กันยายน พ.ศ.2389 : มีการค้นพบ ดาวเนปจูน หรือ ดาวเกตุ)



     23 กันยายน พ.ศ. 2389 มีการค้นพบ ดาวเนปจูน (Neptune) หรือ ดาวเกตุ ดาวเคราะห์ดวงที่ 8 ของระบบสุริยะจักรวาล โดย เออเบน เลอแวริเยร์ (Urbain Le Verrier) จอห์น เคาช์ (John Couch Adams) โจฮานน์ จี. กอลเล (Jahann Gottfried Galle) นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรังเศศ อังกฤษ และเยอรมันตามลำดับ ดาวเนปจูนมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 50,538 กิโลเมตร มีมวล 17.2 เท่าของมวลของโลก ใช้เวลาหมุนครบรอบตัวเอง 16 ชั่วโมง มีองค์ประกอบหลักของบรรยากาศบริเวณผิวนอกเป็นก๊าซไฮโดรเจน ฮีเลียม และมีเธน ในชั้นบรรยากาศมีกระแสลมที่รุนแรงมากคือ 2,500กม. / ชม. อุณหภูมิพื้นผิวประมาณ -220 องศาเซลเซียส เนื่องจากอยู่ไกลดวงอาทิตย์มาก แต่แกนกลางภายในของดาวเนปจูน ประกอบด้วยหินและก๊าซร้อนประมาณ 7,000 องศาเซลเซียส




     23 กันยายน พ.ศ. 2479 รัฐบาลไทยได้ตั้งหน่วย ยุวชนทหาร เพื่อฟื้นฟูกองกำลังกึ่งทหารขึ้น โดยฝึกวิชาทหารให้แก่นักเรียนนิสิตนักศึกษา ซึ่งกระทรวงกลาโหมรับผิดชอบ มีแผนกที่ 6 ในกรมจเรทหารบก มีหน้าที่ฝึกวิชาทหารให้แก่ยุวชนทหาร ต่อมาได้ยกฐานะขึ้นเป็น กรมยุวชนทหาร เมื่อปี พ.ศ.2480 ต่อมาหน่วยนี้ถูกยุบเลิกไป เมื่อปี พ.ศ. 2488



     23 กันยายน พ.ศ. 2539 ฟูจิโกะ เอฟ. ฟูจิโกะ นักวาดการ์ตูนชาวญี่ปุ่น เสียชีวิต ฟูจิโกะ เอฟ. ฟูจิโกะ เป็นนามปากกาของ โรชิ ฟุจิโมโตะ นักวาดการ์ตูนชาวที่ได้รับความนิยมหลายเรื่องในญี่ปุ่น อาทิ โดราเอมอน ปาร์แมน ผีน้อยคิวทาโร่ ฯลฯ


     23 กันยายน พ.ศ. 2482 ซิกมุนด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) นักจิตวิทยาชาวออสเตรีย ผู้ได้ชื่อว่าเป็นบิดาของจิตวิเคราะห์ (Psychoanalytic Theory) เสียชีวิต เขาเชื่อว่ามนุษย์มีสัญชาตญาณติดตัวมาแต่กำเนิด พฤติกรรมของบุคคลเป็นผลมาจากแรงจูงใจหรือแรงขับพื้นฐานที่กระตุ้นให้บุคคลมีพฤติกรรม คือ สัญชาตญาณทางเพศ (sexual instinct) เขาเป็นคนแรกที่ศึกษาเรื่องนี้ และสร้างทฤษฎีนี้ขึ้น




       23 กันยายน พ.ศ. 2469 วันเกิด จอห์น โคลเทรน (John William Coltrane) นักเทเนอร์แซ็กโซโฟนแจ๊สผู้ยิ่งใหญ่ชาวอเมริกัน เกิดที่เมืองแฮมเล็ต มลรัฐนอร์ท แคโรไลนา ในสมัยที่ยังมีการแบ่งแยกสีผิวกันอย่างรุนแรง โคลเทรนเติบโตมาด้วยการอบรมเลี้ยงดูแบบชนชั้นกลางทางใต้ เรียนศาสนาผ่านการร้องเพลงสวดในโบสถ์ พ่อของเขาเล่นเครื่องดนตรีได้หลายชิ้น โคลเทรนเริ่มเล่นอี-แฟลต ฮอร์น (E-Flat Horn) และเปลี่ยนเป็นคลาริเน็ตในวงประจำโรงเรียนไฮสคูล ในสมัยนั้นดนตรีสวิง (Swing) และบิ๊กแบนด์ (Big Band) กำลังเบ่งบานอยู่ในอเมริกา โคลเทรนได้ทำความรู้จักแจ๊สผ่านทางวิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ และตามตู้เพลงต่าง ๆ จนหันมาสนใจดนตรีแจ๊สอย่างจริงจัง ในระหว่างที่เรียนไฮสคูลปีสุดท้ายเขาก็เปลี่ยนมาเล่นอัลโต-แซ็กโซโฟน โดยได้แรงบันดาลใจจาก เลสเตอร์ ยัง (Lester Young) และ จอห์นนี ฮ็อดจ์ส (Johnny Hodges) สองนักดนตรีผู้สร้างตัวตนให้แซ็กโซโฟนโดดเด่นในเวทีแจ๊ส ในปี 2486 เขาก็ย้ายไปอยู่ที่เมืองฟิลาเดลเฟีย มลรัฐเพนซิลวาเนีย เรียนดนตรีเพิ่มเติม จนกระทั่งถูกเรียกตัวไปรับใช้ชาติในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ประจำตำแหน่งนักดนตรีแห่งกองทัพเรือที่ฮาวายระหว่างปี 2488-2489 หลังจากสงครามเขาเปลี่ยนมาใช้เทเนอร์-แซ็กโซโฟน ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของเขาตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิต หลังสงครามเขาออกมาทำงานหลายอย่าง และเล่นดนตรีไปด้วย โดยเป็นมือแซ็กฯ ในวงของ เอ็ดดี “คลีนเฮด” วินสัน (Eddie “Cleanhead” Vinson) จากนั้นก็ย้ายไปเล่นกับวงบิ๊กแบนด์ของ ดิซซี กิลเลสปี (Dizzy Gillespie) เมื่อแจ๊สพัฒนามาถึงยุค "บีบ๊อพ” (Bebop) โดยมีหัวขบวนเป็นนักอัลโต-แซ็กฯ หัวขบถอย่าง ชาร์ลี พาร์คเกอร์ (Charlie "Bird" Parker) วงของกิลเลสปีจึงต้องต้องย่อเป็นวงขนาดเล็กในปี 2494 ในช่วงนี้โคลเทรนก็เริ่มใช้เฮโรอีน (เลิกได้ในปี 2500) หลังจากนั้นเขาออกมาตั้งวงกับ จิมมี ฮีต (Jimmy Heath) เริ่มทดลองซาวด์ดนตรีใหม่ ๆ และได้อัดแผ่นเสียงอัลบัมแรกของตัวเองคือ "Blue Train” ในปี 2500 เมื่อ ไมล์ส เดวิด (Miles David) มาเห็นฝีมือจึงชักชวนเข้าร่วมวงควินเต็ต (Quintet--วงห้าชิ้น) ในปี 2501 ในช่วงนี้โคลเทรนได้ฝากผลงานยอดเยี่ยมไว้หลายชุดในนามของวง "ไมล์ส เดวิด ควินเต็ต” (Miles David Quintet) อาทิ ’Round About Midnight, Relaxin’, Workin’, Cookin’ และ Kind of Blue เมื่อเห็นว่าไมล์สเดินไปในวิถีโมดัลแจ๊ส (Modal Jazz) และมุ่งสู่วิถีทางการตลาด โคลเทรนก็เริ่มมุ่งหาแนวทางใหม่ ๆ ในปี 2503 เขาก็ออกมาฟอร์มวงควอเต็ต (Quatet—วงสี่ชิ้น) ของตัวเอง ร่วมกับ แม็คคอย ไทเนอร์ (McCoy Tyner) เปียโน, เอลวิน โจนส์ (Elvin Jones) กลอง และ จิมมี การ์ริสัน (Jimmy Garrison) เบส ภายหลังได้มี อีริค ดอลฟี (Eric Dolphy) อัลโต-แซ็กฯ และ ฟาโรห์ แซนเดอร์ (Pharoah Sanders) เข้ามาแทน ได้ออกผลงานระดับคลาสสิคไว้หลายชิ้น เช่น My Favorite Things, Impression และ Giant Stepsภายหลังเขาเริ่มหันหน้าเข้าหาศาสนา พระเจ้า การทำสมาธิ โดยใช้แซ็กโซโฟนเป็นพาหนะมุ่งเข้าสู่จิตวิญญาณ กลายเป็นอัลบั้มอมตะตลอดกาลคือ A Love Supreme ในเดือนธันวาคมปี 2507 หลังจากนั้นโคลเทรนก็มุ่งข้าสู่ “ตัวตน” ในวิถีฟรีแจ๊ส (Free Jazz) ออกอัลบั้มก้าวหน้าออกมาอีกหลายชิ้น อาทิ Transition, Sun Ship, Ascension, Meditations และอัลบั้มสุดท้ายคือ Interstellar Space ก่อนจะเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับในวันที่ 17 กรกฎาคม 2510 ในวัยเพียง 40 ปี โคลเทรนนับเป็นหนึ่งในนักดนตรีแจ๊สหัวก้าวหน้า (Avant-garde Jazz) ผู้ถากถางวิถีแห่งฟรีแจ๊สให้แก่ดนตรีแจ๊สสมัยใหม่ และนับเป็นนักแซ็กโซโฟนที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อวงการดนตรีแจ๊ส และดนตรีแขนงอื่น ๆ ตราบจนทุกวันนี้


                                                                                                   ขอบคุณสาระดีๆจาก sanook.com