วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2558

สาระความรู้ วันนี้....ในอดีต (ตอน10 ตุลาคม พ.ศ.2513 : สาธารณรัฐหมู่เกาะฟิจิได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร)



     10 ตุลาคม พ.ศ. 2460 วันเกิด เธโลเนียส มังค์ (Thelonious Sphere Monk) นักเปียโนแจ๊สหนึ่งในตำนาน เกิดที่เมืองร็อกกี เมาท์ รัฐนอร์ท แคโรไลนา หัดเล่นเปียโนตอนอายุ 9 ขวบ แต่ก็ไม่เคยเข้าเรียนอย่างเป็นกิจลักษณะ เขามักจะฝึกฝนด้วยตนเองและครูพักลักจำมาจากพี่สาว ตอนอายุสี่ขวบครอบครัวย้ายไปเมืองแมนฮัตตัน นิวยอร์ก มังค์เข้าเรียนไฮสคูลที่นั่น แต่ยังไม่ทันจบก็ออกมาเป็นนักออร์แกนในคณะนักร้องประจำโบสถ์ ทำให้มีโอกาสซึมซับดนตรีกอสเพล (Gospel) ซึ่งมีอิทธิพลต่องานของเขาในเวลาต่อมา จากนั้นเขาก็หันมาสนใจดนตรีแจ๊ส โดยได้รับอิทธิพลจาก ดุ๊ก เอลลิงตัน (Duke Ellington), เจมส์ จอห์นสัน (James P. Johnson), แฟท โดมิโน (Fat Domino) และ เอิร์ล ไฮน์ส (Earl Hines) มังค์ได้เล่นประจำอยู่ที่ "มินตันส์ เพลย์เฮาส์” (Minton’s Playhouse) คลับชื่อดังในย่านฮาร์เล็ม แห่งเมืองนิวยอร์ก เป็นหนึ่งในผู้พัฒนาแจ๊สจากสวิงไปสู่ยุค "บีบ็อพ” (Bebop) มังค์ได้อัดแผ่นไวนิลครั้งแรกกับวงควอเต็ตของ โคลแมน ฮอว์กินส์(Coleman Hawkins) นักเทเนอร์แซ็กโซโฟนในตำนาน นอกจากนี้ก็ได้อัดแผ่นร่วมกับนักดนตรีมีชื่อเสียงอีกหลายคนอาทิ จอห์น โคลเทรน (John Coletrane), ไมลส์ เดวิส (Miles Davis) ซันนี โรลลินส์ (Sonny Rollins) อีกทั้งตั้งวงออกผลงานในนามตัวเองอีกหลายชุด อาทิ "Monk’s Dream”, “Underground” และ"Criss-Cross” มังค์เป็นนักดนตรีแจ๊สที่ใช้เวลาสร้างชื่อนานกว่าคนอื่น ๆ เนื่องจากเขามีวิธีการเล่นเปียโนเฉพาะตัว สุ้มเสียงกังวาล บ่งบอกถึงบุคลิกภาพที่ไม่เหมือนใคร เสียงเปียโนของเขาจะขรุขระ กระด้าง รุงรัง แกว่ง ๆ ขัดและคร่อมจังหวะ อย่างกับคนเล่นเปียโนไม่เป็น เรียกสไตล์แบบนี้ว่า "สไตรด์ เปียโน” (Stride Piano) วิธีการแล่นของเขาจึงมักจะทำให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าเขามีข้อจำกัดในการเล่น มีการเลือกใช้โน้ตที่ไม่เหมาะสม และถูกวิจารณ์ว่าไม่ถูกต้องตามทฤษฎีดนตรี อีกนับสิบปีต่อมาคนฟังทั่วไปจึงเข้าถึงความไพเราะในบทเพลงและยอมรับในอัจฉริยภาพของเขา นอกจากเป็นนักเปียโนมือฉกาจแล้ว มังค์ยังเป็นนักแต่งเพลงที่สร้างผลงานอมตะไว้จำนวนมาก อาทิ "’Round Midnight” [แต่งร่วมกับ คูตี วิลเลียม (Cootie Williams)], "Blue Monk”, "Evidence”, “Misterioso”, “Criss Cross”, “Straight No Chaser” ฯลฯ ในบั้นปลายชีวิต มังค์มีอาการป่วยทางจิตอย่างหนักจนต้องหยุดเล่นดนตรี และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2525 ถึงวันนี้นักดนตรีและคนฟังทั่วไปยังคงชื่นชมผลงานของมังค์ ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นนักเปียโนและนักประพันธ์เพลงแจ๊สที่มีอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่ง ต่อมาได้มีการก่อตั้งสถาบันดนตรีแจ๊สระดับโลกชื่อว่า "The Thelonious Monk Institute of Jazz” ขึ้นในปี 2529 เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา ที่เมืองลอสแองเจลสิส ล่าสุดได้ย้ายไปยังดินแดนถิ่นกำเนิดแจ๊สคือเมืองนิว ออร์ลีนส์ และเมื่อปี 2549 ที่ผ่านมามีการมอบรางวัล “Pulitzer Prize for Music” ให้แก่เขาด้วย



   10 ตุลาคม พ.ศ. 2356 วันเกิด จูเซปเป แวร์ดี (Giuseppe Fortunino Francesco Verdi) คีตกวีชาวอิตาเลียน แห่งยุคโรแมนติก เกิดที่เมืองบุสเซ็ตโต (Busseto) ในแคว้นพาร์มา ทางเหนือของอิตาลี ในสมัยที่ยังอยู่ใต้อิทธิพลจองจักรพรรดิ นโปเลียน ที่ 1 (Napoleon I) พ่อแม่ของเขาเปิดบริการที่พักสำหรับคนเดินทางและร้านอาหารเล็ก ๆ แวร์ดีเริ่มหัดเล่นดนตรีกับนักออร์แกนประจำหมู่บ้าน ก่อนจะถูกส่งไปเรียนดนตรีอย่างเป็นเรื่องเป็นราวในเมืองบุสเซ็ตโต จากนั้นก็ได้รับทุนไปเรียนดนตรีต่อที่เมืองมิลาน แต่เนื่องจากทฤษฎียังไม่แน่นพอจึงถูกปฏิเสธ แวร์ดีหันมาฝากตัวเป็นศิษย์ของวินเซ็นโซ ลาวินญา หัวหน้าวงดนตรีของโรงอุปรากร ลา สคลาลา (La Sclala) แห่งกรุงมิลาน จากนั้นก็แต่งเพลงอุปรากรเพลงแรกสำเร็จชื่อว่า "Oberto” เปิดแสดงครั้งแรกที่ลา สคาลานั่นเอง อุปรากรชิ้นแรกของแวร์ดีประสบความสำเร็จพอสมควร จากนั้นผู้จัดการโรงอุปรากรก็จ้างให้แวร์ดีเขียนอุปรกรออกมาอีกหลายเรื่อง ระหว่างที่เขาเริ่มจะมีชื่อเสียง ภรรยาและลูกล้มเจ็บและเสียชีวิต ทำให้แวร์ดีโศกเศร้าจนหยุดสร้างสรรค์ผลงานไปพักใหญ่ จนถึงปี 2385 อุปรากรชิ้นใหม่ของแวร์ดีจึงปรากฏออกมา ชื่อว่า"Nabucco” ปรากฏว่าได้รับความชื่นชมอย่างกว้างขวาง ทำให้เขามีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นทันที อุปรากรเรื่องนี้แวร์ดีซ่อนนัยทางการเมืองเอาไว้ด้วย ทำให้เขากลายเป็นสัญลักษณ์ในการต่อสู้เพื่อเอกราชของอิตาลี จากนั้นก็เขียนอุปรากรออกมาอีกหลายเรื่อง เช่น "I Lombardi”, “Ernani”, “Macbeth” (ซึ่งดัดแปลงมาจากบทประพันธ์ของเชกเสปียร์), "Rigoletto”, “Il Trovatore”, “La Traviata”, “Aida”, “Otello”, “Falstaff” ในบั้นปลายชีวิต แวร์ดีประสบความสำเร็จอย่างมาก ทั้งชื่อเสียงและเงินทอง เขาเสียชีวิตด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตกที่มิลาน เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2444 รวมอายุได้ 88 ปี



     10 ตุลาคม พ.ศ. 2513 สาธารณรัฐหมู่เกาะฟิจิ (Republic of the Fiji Islands) ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร ฟิจิเป็นหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ห่างจากออสเตรเลียไปทางทิศตะวันออกประมาณ 2,880 กิโลเมตร ประกอบไปด้วยเกาะต่าง ๆ กว่า 330 เกาะ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 18,300 ตารางกิโลเมตร เมืองหลวงคือ ซูวา (Suva) ตั้งอยู่บนเกาะ Viti Levu ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด มีพื้นที่ 10,429 ตารางกิโลเมตร ประชากร 856,346 (ปี 2545) 51% เป็นชาวพื้นเมืองฟิจิ ที่เหลือเป็นชาวอินเดียน-ฟิจิ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ตามแบบ Westminster ต่อมาได้ถือให้ทุกวันที่ 10 ตุลาคมของทุกปีเป็น "วันชาติของฟิจิ"


                                                                                    ขอบคุณสาระดีๆจาก sanook.com