วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2558

สาระความรู้ วันนี้....ในอดีต (ตอน8 ตุลาคม พ.ศ.2513 : มิตร ชัยบัญชา พระเอกยอดนิยมของคนไทยเสียชีวิต)



     8 ตุลาคม พ.ศ. 2483 นักเรียนเตรียมอุดม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมทั้งนิสิต นักศึกษาและนักเรียนเตรียมปริญญา มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ร่วม เดินขบวนเพื่อสนับสนุนรัฐบาลในการเรียกร้องดินแดนอินโดจีนที่สูญเสียไปในสมัยรัชกาลที่ 5 คืนจากฝรั่งเศส นับเป็นการเดินขบวนครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย



     8 ตุลาคม พ.ศ. 2438 วันเกิด ฮวน โดมิงโก เปรอง (Juan Domingo Peron) อดีตประธานาธิบดีคนสำคัญของอาร์เจนตินา เกิดที่ย่านโลโบสในกรุงบัวโนสไอเรส ในครอบครัวชาวนา บิดามีเชื้อสายสก็อต ส่วนมารดามีเชื้อสายสเปน-อินเดียนแดง ตอนอายุ 16 ปีเข้าเรียนโรงเรียนทหาร ในปี 2481 ถูกส่งตัวไปสังเกตการณ์ในประเทศยุโรปหลายประเทศ ในปี 2486 ขณะที่เขาดำรงยศนายพัน อาร์เจนตินาได้เกิดการรัฐประหารโดย นายพล เอเดลมิโร ฟาร์เรลล์ (Edelmiro Farrell) เปรองเริ่มมีอำนาจมากขึ้นอีกทั้งยังมีความสัมพันธ์กับสหภาพแรงงาน ในปี 2487 เขาได้รับตำแหน่งรองประธานาธิบดี แต่เนื่องจากมีความขัดแย้งกับฝ่ายรัฐบาล เขาถูกจับกุมตัวขังคุกในวันที่ 9 ตุลาคม 2488 แต่ประชาชนชาวอาร์เจนตินาได้ออกมาประท้วงอย่างกว้างขวาง จนรัฐบาลต้องปล่อยตัวในอีก 8 วันต่อมา และประกาศชิงตำแหน่งประธานาธิบดี จากนั้นเขาก็แต่งงานกับ เอวิตา(Maria Eva Duarte) ภรรยาสาวผู้กลายมาเป็นแรงสนับสนุนที่สำคัญให้เขาได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ขึ้นรับตำแหน่งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2489 เมื่อครองอำนาจเปรองได้แก้ไขรัฐธรรมนูญให้ประธานาธิบดีสามารถดำรงตำแหน่งได้มากว่า 1 สมัย บริหารประเทศโดยใช้นโยบายประชานิยม แจกเงินและสิ่งของให้คนยากจน สนับสนุนเอกชน ควบคุมสหภาพแรงงาน ซื้อหนังสือพิมพ์มาเป็นกระบอกเสียงของตัวเอง และผูกขาดสื่อสารมวลชน ภายในเวลาปีเศษรัฐบาลเปรองใช้เงินสำรองของประเทศหมดเกลี้ยง เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ประชาชนออกมาประท้วงจนเกิดความวุ่นวาย เมื่อได้เป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 เปรองยังใช้นโยบายแบบเดิม วิกฤติเลวร้ายลงจนทหารออกมาทำรัฐประหารในปี 2498 เปรองต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ จากนั้นปี 2516 เปรองกลับมาปกครองประเทศอีกครั้งแต่อยู่ได้ไม่ถึง 10 เดือนก็เสียชีวิต ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2517



     8 ตุลาคม พ.ศ. 2384 ฌอง ฌิโอโน (Jean Giono) นักประพันธ์ชาวฝรั่งเศส ผู้แต่งนวนิยายเรื่องเล็กแต่ยิ่งใหญ่ "The Man Who Planted trees" (คนปลูกต้นไม้) เสียชีวิต ฌิโอโนเกิดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2438 ที่แคว้นโปรวองซ์ ตอนเหนือของฝรั่งเศส ซึ่งเขาอยู่ที่นี่เกือบตลอดชีวิต บิดาของจีโอโนเป็นช่างทำรองเท้า มารดาเปิดร้านซักรีด ตอนอายุสิบหกปี เขาออกจากโรงเรียนมาทำงานเป็นเสมียนในธนาคารจนถึงปี 2472 ขณะอายุได้ 34 ปี เมื่อนิยายสองเรื่องแรกของเขาประสบความสำเร็จ คือ "Collines” และ "Un de Baumugnes” จึงลาออกจากงานมาเขียนหนังสือเต็มตัว ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เขาถูกเรียกตัวไปรับใช้ชาติ จนถูกจับเป็นเชลยและถูกทรมานโดยการรมแก๊สพิษ หลังจากนั้นเขากลายเป็นนักยืนหยัดเพื่อความสงบและแนวคิดเสรีนิยม จนถูกจำคุกช่วงสั้น ๆ สองครั้งก่อนและหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ฌิโอโนเขียนนิยายทั้งหมดราวสามสิบเรื่อง ส่วนใหญ่จะมีฉากอยู่ในแคว้นโปรวองซ์บ้านเกิดของเขาทั้งสิ้น ผลงานชิ้นสำคัญได้แก่ "Que ma joie demeure”, “Le Hussard sur le toit” และ "L’homme qui plantait des arbres” (The man who planted trees)ผลงานของเขามีความเรียบง่ายและมีพลัง ส่วนใหญ่แล้วจะมีแก่นหลักในเรื่องความงามและความโหดเหี้ยมของธรรมชาติ ที่ขัดแย้งกับความปรารถนาอยากได้เสรีภาพของมนุษย์ นอกจากนิยายแล้วเขายังเขียนบทกวี บทละคร ความเรียง และบันทึกเหตุการณ์ไว้บ้าง และเข้าไปช่วยอำนวยการสร้างภาพยนตร์อยู่สองสามเรื่อง เขาเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวายเมื่ออายุ 75



     8 ตุลาคม พ.ศ. 2513 มิตร ชัยบัญชา พระเอกยอดนิยมของคนไทย เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุพลัดตกจากเฮลิคอปเตอร์ ขณะถ่ายทำฉากสุดท้ายในภาพยนตร์เรื่อง "อินทรีทอง" ที่หาดดงตาล อ่าวพัทยาใต้ จังหวัดชลบุรี ขณะอายุเพียง 36 ปี มิตร ชัยบัญชามีชื่อเดิมว่า จ่าอากาศโท พิเชษฐ์ พุ่มเหม เกิดที่อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี บิดาเป็นตำรวจชั้นประทวน มารดาเป็นแม่บ้าน ทั้งคู่แยกทางกันตั้งแต่บุตรชายยังเด็ก ๆ ตอนเล็ก ๆ จึงมีชื่อว่า "บุญทิ้ง” พอเขาอายุได้ 1 ขวบแม่ก็ไปเป็นแม่ค้าขายของที่กรุงเทพฯ โดยฝากมิตรไว้กับปู่และย่า จากนั้นก็พามิตรไปบวชเณรที่วัดท่ากระเทียม ได้คอยติดสอยห้อยตามหลวงพ่อและอาศัยข้าวก้นบาตร เมื่อเรียนชั้นมัธยมก็ได้ทำงานรับจ้างหลากหลายและหัดชกมวย จนเป็นนักชกเหรียญทองรุ่นไลท์เวท ในที่สุดก็สอบเข้าโรงเรียนจ่าอากาศ ที่จังหวัดนครราชสีมา สำเร็จการศึกษาในปี 2497 ต่อมารุ่นพี่ซึ่งเห็นหน่วยก้านของมิตรได้แนะนำให้รู้จักกับผู้กับกำกับภาพยนตร์ จนได้เล่นหนังเรื่องแรกคือ "ชาติเสือ” พร้อมกับได้ชื่อใหม่ว่า "มิตร ชัยบัญชา” ก่อนจะเริ่มมีชื่อเสียงในปี 2502 จากบท "โรม ฤทธิไกร" หรือ "อินทรีแดง" ในภาพยนตร์เรื่อง "จ้าวนักเลง” ในปี 2504 ได้เล่นหนังคู่กับ "เพชรา เชาวราษฎร์” เรื่อง "บันทึกรักพิมพ์ฉวี” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งคู่ก็ได้เล่นหนังในบทพระ-นางเอกคู่กันมาอีกกว่าร้อยเรื่อง จนแฟนภาพยนตร์เรียกว่า "มิตร-เพชรา” เขาลาออกจากราชการในปี 2506 เนื่องจากการสร้างภาพยนตร์เรื่อง "ครุฑดำ” ที่เขาถูกกล่าวหาว่านำสัญลักษณ์ตราครุฑมาใช้อย่างไม่เหมาะสม จากนั้นก็แสดงหนังออกมาอีกจำนวนมาก จนสามารถทำเงินเข้าบัญชีสัปดาห์ละนับแสนบาท ในปี 2511 ขณะที่กำลังมีชื่อเสียงดังเป็นพลุแตก มิตรลงเล่นการเมือง โดยลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล แต่ก็ไม่ได้รับเลือกตั้ง ปีต่อมาก็ทดลองสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกเขตพระนคร แต่ก็ต้องผิดหวังอีกครั้ง เขาต้องสูญเสียเงินทองจากการหาเสียงไปไม่น้อย จนเงินในบัญชีร่อยหรอ ต้องจำนองบ้าน คนรักก็ตีตัวจากไป จนต้องหลบความผิดหวังเข้าไปพักในป่า ก่อนจะออกมารับคิวแสดงภาพยนตร์ กลับมามีชื่อเสียงอีกครั้ง จนกระทั่งเรื่อง “อินทรีทอง” เขาก็ประสบอุบัติเหตุตกจากการโหนเฮลิคอปเตอร์ ศพของเขาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดแคนางเลิ้ง แต่มีประชาชนหลั่งไหลเข้ามาร่วมงานหลายหมื่นคน จนพื้นที่ไม่เพียงพอ ต้องย้ายไปวัดเทพศิรินทร์ มีประชาชนมาร่วมงานกว่าสามแสนคน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช กล่าวว่าเป็นงานศพของสามัญชนที่มีคนมาร่วมงานมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ตลอดชีวิต มิตร ชัยบัญชา แสดงหนังทั้งหมด 266 เรื่อง แต่เขาไม่เคยได้รับรางวัลตุ๊กตาทองแม้แต่ครั้งเดียว ส่วนใหญ่เป็นหนังขนาด 16 มม. มีขนาด 35 มม. เสียงในฟิล์มเพียง 16 เรื่อง แสดงคู่กับนางเอกมากกว่า 29 คน โดยแสดงคู่กับ เพชรา เชาวราษฎร์มากที่สุดถึง 172 เรื่อง


                                                                      ขอบคุณสาระดีๆจาก sanook.com