25 กรกฎาคม พ.ศ.2521 : วันเกิด หลุยส์ บราวน์ เด็กหลอดแก้วคนแรกของโลก
25 กรกฎาคม พ.ศ. 2521 หลุยส์ บราวน์ (Louise Joy Brown) เด็กหลอดแก้ว (Test-Tube Baby) คนแรกของโลกถือกำเนิดขึ้น ที่โรงพยาบาล Royal Oldham Hospital โดยฝีมือของแพทย์สองคนได้แก่ โรเบิร์ต เอ็ดเวิร์ดส์ (Robert Edwards) และ แพทริค สเต็ปโท (Patrick Steptoe) จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ปัจจุบันบราวน์ทำงานที่ที่ทำการไปรษณีย์แห่งเมืองบริสตอล ประเทศอังกฤษ เธอแต่งงานในปี 2547 และให้กำเนิดบุตรชายคนแรกในอีกสองปีต่อมา ทั้งนี้เด็กหลอดแก้วคือเทคนิคการของการปฏิสนธิสังเคราะห์ที่เรียกว่า “In vitro fertilization” หรือ "IVF” โดยการนำอสุจิของพ่อและไข่ของแม่มาทำการปฏิสนธิในหลอดทดลอง จากนั้นจึงค่อยนำตัวอ่อนไปฝังในมดลูกเพื่อให้เติบโตตามธรรมชาติต่อไป ตั้งแต่นั้นมา วิทยาการทางด้านการเจริญพันธุ์ก็เจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว การทดลองประสบความสำเร็จมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็มีการประท้วงการทดลองเด็กหลอดแก้วกันอย่างกว้างขวาง ศาสนจักรบางแห่งถึงกับออกมาประณามนักวิทยาศาสตร์ว่าเป็น “ซาตาน” ที่บังอาจทำตัวไปเทียบเคียง “พระเจ้า” ในการให้กำเนิดมนุษย์ อย่างไรก็ตามเทคนิคการทำเด็กหลอดแก้วก็ได้พิสูจน์ยืนยันว่าปลอดภัย นำความหวังมาให้พ่อแม่ที่มีปัญหามีบุตรยาก ทุกวันนี้การผสมเทียมในหลอดแก้วกลายเป็นเรื่องธรรมดาของคู่สมรสทั่วโลกที่ไม่สามารถมีบุตรด้วยวิธีธรรมชาติ ส่วนในประเทศไทย เด็กหลอดแก้วรายแรกเกิดที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หลังจากบราวน์ 9 ปี โดยฝีมือของศาสตราจารย์นายแพทย์ประมวล วีรุตมเสน
25 กรกฎาคม พ.ศ.2521 : วันเกิด หลุยส์ บราวน์ เด็กหลอดแก้วคนแรกของโลก
25 กรกฎาคม พ.ศ. 2521 หลุยส์ บราวน์ (Louise Joy Brown) เด็กหลอดแก้ว (Test-Tube Baby) คนแรกของโลกถือกำเนิดขึ้น ที่โรงพยาบาล Royal Oldham Hospital โดยฝีมือของแพทย์สองคนได้แก่ โรเบิร์ต เอ็ดเวิร์ดส์ (Robert Edwards) และ แพทริค สเต็ปโท (Patrick Steptoe) จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ปัจจุบันบราวน์ทำงานที่ที่ทำการไปรษณีย์แห่งเมืองบริสตอล ประเทศอังกฤษ เธอแต่งงานในปี 2547 และให้กำเนิดบุตรชายคนแรกในอีกสองปีต่อมา ทั้งนี้เด็กหลอดแก้วคือเทคนิคการของการปฏิสนธิสังเคราะห์ที่เรียกว่า “In vitro fertilization” หรือ "IVF” โดยการนำอสุจิของพ่อและไข่ของแม่มาทำการปฏิสนธิในหลอดทดลอง จากนั้นจึงค่อยนำตัวอ่อนไปฝังในมดลูกเพื่อให้เติบโตตามธรรมชาติต่อไป ตั้งแต่นั้นมา วิทยาการทางด้านการเจริญพันธุ์ก็เจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว การทดลองประสบความสำเร็จมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็มีการประท้วงการทดลองเด็กหลอดแก้วกันอย่างกว้างขวาง ศาสนจักรบางแห่งถึงกับออกมาประณามนักวิทยาศาสตร์ว่าเป็น “ซาตาน” ที่บังอาจทำตัวไปเทียบเคียง “พระเจ้า” ในการให้กำเนิดมนุษย์ อย่างไรก็ตามเทคนิคการทำเด็กหลอดแก้วก็ได้พิสูจน์ยืนยันว่าปลอดภัย นำความหวังมาให้พ่อแม่ที่มีปัญหามีบุตรยาก ทุกวันนี้การผสมเทียมในหลอดแก้วกลายเป็นเรื่องธรรมดาของคู่สมรสทั่วโลกที่ไม่สามารถมีบุตรด้วยวิธีธรรมชาติ ส่วนในประเทศไทย เด็กหลอดแก้วรายแรกเกิดที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หลังจากบราวน์ 9 ปี โดยฝีมือของศาสตราจารย์นายแพทย์ประมวล วีรุตมเสน
25 กรกฎาคม พ.ศ.2437 : เกิดสงคราม จีน-ญี่ปุ่น เป็นครั้งแรก
25 กรกฎาคม พ.ศ. 2437 สงครามจีน-ญี่ปุ่น ครั้งแรก (First Sino-Japanese War) เริ่มเปิดฉากขึ้นเมื่อเรือลาดตระเวณของจักรวรรดิญี่ปุ่นยิงปืนใส่เรือรบของจีน สงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งแรกเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2437-17 เมษายน 2438 เป็นการสู้รบกันระหว่าง ราชวงศ์ชิง (Qing Dynasty) ของจีนกับ จักรพรรดิเมจิ (Meiji Emperor) แห่งญี่ปุ่น เพื่อครอบครอง คาบสมุทรเกาหลี (Korea) ในสมัยนั้นญี่ปุ่นได้พยายามพัฒนาประเทศทั้งทางทหารและอุตสาหกรรมให้ทันสมัยตามแบบชาติตะวันตก จึงต้องการขยายดินแดนมายังเอเชียตะวันออกโดยเฉพาะบริเวณคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญสำหรับป้องกันประเทศจากจักรวรรดินิยมตะวันตก อีกทั้งยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่เหล็กและถ่านหิน ในอดีตเกาหลีเคยเป็นประเทศราชของจีนมายาวนานจนถึงสมัยราชวงชิง จีนเริ่มอ่อนแอลงเรื่อย ๆ หลังจากพ่ายแพ้อังกฤษใน สงครามฝิ่น (Opium Wars) และ สงครามจีน-ฝรั่งเศส (Sino-French War) ในขณะที่ญี่ปุ่นกำลังฉายแรงรุ่งโรจน์ เหล่าขุนนางเกาหลีจึงตีตัวออกจากจีน ไปสร้างความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นและชาติตะวันตัก ญี่ปุ่นพยายามแพร่อิทธิพลเข้าครอบงำเกาหลีจนเกิดปะทะกับกลุ่มชาตินิยมเกาหลีซึ่งจีนให้การสนับสนุน ในที่สุดจีนกับญี่ปุ่นจึงลงนามใน สนธิสัญญากังฮวา (Treaty of Ganghwa) ในปี 2419 บังคับให้เกาหลีเปิดตลาดการค้ากับญี่ปุ่นและชาติอื่น ซึ่งนับเป็นการประกาศให้นานาชาติรู้ว่าเกาหลีเป็นไทจากจีนแล้ว แต่การเมืองภายในเกาหลีก็ยังมีความขัดแย้งระหว่างฝ่ายอนุรักษ์ที่นิยมจีนกับฝ่ายก้าวหน้าที่นิยมญี่ปุ่น ความขัดแย้งระหว่างจีนกับญี่ปุ่นก็เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งในปี 2436 คิม โอ คยุน (Kim Ok-kyun) นักปฏิวัติชาวเกาหลีที่นิยมญี่ปุ่นถูกลอบสังหารในเมืองเซี่ยงไฮ้ นัยว่าเป็นการเตือนพวกกบฏที่นิยมญี่ปุ่นไม่ให้เคลื่อนไหว เหตุการณ์นี้สร้างความขุ่นเคืองให้กับญี่ปุ่นอย่างมาก จากนั้นสถานการณ์ก็ร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อจักรพรรดิเกาหลีขอความช่วยเหลือให้จีนส่งทหารมาช่วยปราบกบฏ โดยส่งทหารจีน 2,800 นายไปเกาหลี ภายใต้การนำของ หยวน ซื่อไข่ (Yuan Shikai) ฝ่ายญี่ปุ่นถือว่าการกระทำของจีนครั้งนี้เป็นการละเมิดข้อตกลงอย่างรุนแรง จึงตอบโต้จีนโดยการส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วแปดพันนายไปยังเกาหลีเช่นกัน ทหารญี่ปุ่นได้เข้ายึดพระราชวังและจับกุมจักรพรรดิเกาหลี เปลี่ยนรัฐบาลใหม่เป็นพวกนิยมญี่ปุ่น และขับไล่จีนออกจากเกาหลี ในที่สุดกองเรือของทั้งสองฝ่ายก็เริ่มปะทะกัน ผลจากสงครามครั้งนี้จีนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ จีนต้องยอมเจรจาสงบศึก โดยลงนามใน สนธิสัญญาชิโมโนเซกิ (Treaty of Shimonoseki) ยินยอมยกเกาหลีให้อยู่ในความดูและของญี่ปุ่น และต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ญี่ปุ่น 200 ล้านตำลึง (Kuping taels) ฝ่ายจีนเสียชีวิตและบาดเจ็บราว 35,000 คน ฝ่ายญี่ปุ่นเสียชีวิตราว 13,823 คนบาทเจ็บอีก 3,973 คน
ขอบคุณสาระดีๆจาก sanook.com



