30 กรกฎาคม พ.ศ.2406 : วันเกิด เฮนรี ฟอร์ด เจ้าของธุรกิจรถยนต์แบรนด์อเมริกัน ฟอร์ด (Ford)
30 กรกฎาคม พ.ศ. 2406 วันเกิด เฮนรี ฟอร์ด (Henry Ford) นักอุตสาหกรรมชาวอเมริกันผู้บุกเบิกการผลิตรถยนต์ เกิดในครอบครัวชาวไร่ ที่เมืองดีทรอยท์ มลรัฐมิชิแกน สหรัฐอเมกริกา ด้วยความสนใจในเครื่องยนต์กลไก พ่อของเขามอบนาฬิกาพกให้เป็นของขวัญตอนเข้าสู่วัยรุ่น ทำเขาเป็นช่างซ่อมนาฬิกาขึ้นชื่อตั้งแต่อายุเพียง 15 ปี ก่อนหน้านั้นในปี 2419 แม่ของเขาเสียชีวิต พ่อจึงอยากให้เขาเป็นผู้ดูแลฟาร์มต่อ แต่เขาปฏิเสธ ปี 2423 เขาเข้าเป็นเด็กฝึกหัดงานด้านเครื่องยนต์กลไกที่เมืองดีทรอยท์ จากนั้นก็ได้เป็นช่างซ่อมเครื่องจักรไอน้ำ วิศวกรและเป็นหัวหน้าวิศวกรของบริษัท Edison Illuminating Company เขาได้รับมอบหมายให้ศึกษาและพัฒนาเครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมัน กระทั่งสามารถพัฒนารถยนต์สี่ล้อคันแรกสำเร็จในปี 2412 เขาตั้งชื่อว่า "ฟอร์ด ควอดริไซเคิล" (Ford Quadricycle) ต่อมาเขารวมตัวกับเพื่อน ๆ นักประดิษฐ์ก่อตั้ง "บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์" (Ford Motor Company) ในปี 2446 ในสมัยที่สังคมอเมริกันยังนิยมรถม้า และมองว่ารถยนต์ยังเป็นสิ่งไร้สาระ ไว้ใจไม่ได้ และมีราคาสูงเกินจะไขว่คว้า แต่ด้วยความสามารถของฟอร์ด เขาริเริ่มใช้กระบวนการผลิต"ระบบสายพาน" (assembly lines) ในการผลิตรถยนตร์เป็นครั้งแรก ทำให้การผลิตรถยนต์รวดเร็วและได้จำนวนมาก ๆ ในปี 2451 รถยนต์ "ฟอร์ด โมเดล ที" (Ford Model T) ของเขาก็ออกจำหน่ายเป็นครั้งแรก ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากอเมริกันชนเป็นอย่างดี เพราะเป็นรถยนต์ที่สวยงาม มีความแข็งแรงทนทาน และมีราคาถูกกว่ารถยนต์ญี่ห้ออื่นในตลาดเกือบครึ่ง รถยนต์รุ่นนี้ผลิตจนถึงปี 2470 จำหน่ายได้ทั้งหมดราว 15 ล้านคัน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 บริษัทฟอร์ดก็ยังประสบความสำเร็จในการผลิตเครื่องบิน "ฟอร์ด 4เอที ไตรมอเตอร์" (Ford 4AT Trimotor) ฟอร์ดมีส่วนในการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนตร์ให้ก้าวหน้าขึ้นกลายเป็นธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ฟอร์ดถึงแก่กรรม 7 เมษายน 2490 ฟอร์ดได้รับการยกย่องให้เป็น "บิดาแห่งการผลิตระบบสายพาน" ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม ส่งผลให้เกิดการผลิตสินค้าได้เป็นจำนวนมาก นับเป็นการปฏิวัติการผลิตสินค้าจำนวนมากในเชิงอุตสาหกรรม ปัจจุบันบริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ ได้ขยายกิจการธุรกิจรถยนต์ไปทั่วโลก โดยเป็นเจ้าของธุรกิจรถยนต์แบรนด์อเมริกันคือ "ฟอร์ด" (Ford) "ลินคอล์น" (Lincoln) และ "เมอร์คิวรี" (Mercury) แบรนด์อังกฤษคือ "จากัวร์" (Jaguar) "แลนด์ โรเวอร์" (Land Rover) แบรนด์สวีเดนคือ "วอลโว" (Volvo) และร่วมลงทุนกับบริษัทผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นคือ "มาสดา" (Mazda) ฟอร์ด มอเตอร์ทำรายได้ต่อปีประมาณ 12.6 พันล้านบาท (ปี 2549) มีคนพนักงานทั่วโลกราว 280,000 คน (ปี 2549)
30 กรกฎาคม พ.ศ.2470 : โชคสองชั้น ภาพยนตร์ฝีมือของคนไทยเรื่องแรก ออกฉายสู่สาธารณชน
30 กรกฎาคม พ.ศ. 2470 "โชคสองชั้น" ภาพยนตร์ฝีมือของคนไทยเรื่องแรก ออกฉายสู่สาธารณชนที่ โรงภาพยนตร์พัฒนากร กรุงเทพฯ ปรากฎว่าได้รับการตอบรับจากประชาชนจำนวนมาก นับว่าเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่มีมหาชนไปดูกันมากที่สุด ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนังเงียบ ถ่ายทำด้วยฟิล์มขาว-ดำขนาด 35 มม. ผลิตโดยกลุ่ม "กรุงเทพฯ ภาพยนตร์บริษัท” ของพี่น้องตระกูล "วสุวัต" อำนวยการสร้างโดย นายมานิต วสุวัต บทภาพยนตร์โดย หลวงบุณยมานพพานิช ถ่ายภาพโดย หลวงกลการเจนจิต ตัดต่อโดย นายกระเศียร กำกับโดย หลวงอนุรักษ์รัถการ นอกจากนี้ยังได้จ้างทีมงานบางส่วน และอุปกรณ์การถ่ายทำ จากกองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว กรมรถไฟหลวง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการ ผลิตภาพยนตร์ที่มีศักยภาพที่สุด ในขณะนั้นมาช่วยถ่ายทำด้วย เรื่องราวของ ’โชคสองชั้น’ เป็นเรื่องราวของ กมล นายอำเภอหนุ่มที่ได้รับมอบหมายให้มาจับโจรร้ายที่หลบหนีมาซ่อนตัวในกรุงเทพฯ ในระหว่างนี้ กมลได้พบรักกับ วลี นางเอกที่มีหนุ่มหมายปองอยู่แล้ว คือ วิง ซึ่งเป็นคนร้ายที่พระเอกตามหาอยู่ ในที่สุดพระเอกก็ตามจับคนร้ายได้ จึงเป็นที่มาของชื่อเรื่อง ’โชคสองชั้น’ คือได้ทั้งจับคนร้ายและได้พบรักกับนางเอก หอสมุดแห่งชาติได้ค้นพบฟิล์มและพิมพ์สำเนาใหม่เอาไว้ได้เพียง 42 ฟุต คิดเป็นภาพนิ่งทั้งหมด 1,319 ภาพ รวมความยาวประมาณ 1 นาที แต่ก็นับว่าเป็นนาทีที่มีคุณค่า เพราะเป็นประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยในยุคเริ่มต้น
30 กรกฎาคม พ.ศ.2489 : วันเกิด ณรงค์ จันทร์เรือง นักเขียนเรื่องขนหัวลุก เจ้าของนามปากกา ใบหนาด
30 กรกฎาคม พ.ศ. 2489 วันเกิด ณรงค์ จันทร์เรือง นักเขียนเรื่องขนหัวลุก เจ้าของนามปากกา "ใบหนาด" เกิดที่กรุงเทพฯ เริ่มเรียนชั้นประถม-มัธยมที่ จ. สระบุรี ณรงค์เริ่มเขียนหนังสือตั้งแต่อายุ 15 ปี เริ่มส่งบทกลอนไปลงหนังสือ "ศรีสัปดาห์” ส่งนิทานไปลง "ดรุณสาร" และได้ตีพิมพ์เรื่องสั้นเรื่องแรก "วิวาห์ในอากาศ" ในนิตยสาร "แสนสุข" และ "แม่ศรีเรือน" นับเป็นก้าวแรกสู่วงการน้ำหมึก พออายุ 18-19 ปีก็เริ่มเขียนเรื่องยาว ทำให้เขาได้ค่าเรื่องมากกว่า 3 เท่าของเงินเดือบบัณฑิตในสมัยนั้น เขาจึงตัดสินใจเลิกเรียนหนังสือตั้งแต่ยังไม่ทันจบชั้น ม. 8 ด้วยหลงใหลการประพันธ์ จากนั้นก็ได้ทำงานในตำแหน่งพิสูจน์อักษรที่นิตยสาร "แสนสุข" แล้วเขียนนิยายบู๊เรื่อง "กริชมหาราช" ให้กับสำนักพิมพ์เพลินจิต ณรงค์มีความใฝ่ฝันว่าเรื่องสั้นของตนจะต้องได้ลงตีพิมพ์ใน "สยามรัฐสัปดาวิจารณ์” ซึ่งเป็นสนามเรื่องสั้นที่ "หิน มากในสมัยนั้นให้ได้ ในที่สุดเรื่องสั้นของเขาเรื่อง "โรงนา” ก็ได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์โดยบรรณาธิการ ประมูล อุณหธูป วันหนึ่งเขาต้องมารับหน้าที่เขียนเรื่องสั้นผีลงในคอลัมน์ "ขวัญหาย" ในหนังสือ "ขวัญจิต" เขาจึงรีบเขียนเรื่อง "วิญญาณห่วง" ในเวลาที่จำกัดและใช้นามปากกา "ใบหนาด" เป็นครั้งแรกที่นี่ ตลอด 40 ปีในชีวิตนักประพันธ์ "ใบหนาด" เขียนเรื่องผีนับพันเรื่อง เขียนเรื่องผีทุกประเภท ทั้งผีในป่าช้า บ้านร้าง ผีตายโหง ผีตายทั้งกลม ผีอาฆาตพยาบาท นางไม้ พราย ฯลฯ หยิบเอาความน่ากลัวมาให้ผู้อ่านขนหัวลุกกันอย่างบันเทิงเริงใจ เรื่องผีของ "ใบหนาด" จึงไม่ใช่แค่ทำให้คนจิตอ่อนขนหัวลุกเท่านั้น แต่สัปเหร่อยังขนพองสยองเกล้า หรือแม้แต่ผีเองยังกลัว นอกจากเรื่องผีแล้ว ณรงค์ยังมีผลงานอีกหลายประเภท ทั้งนวนิยาย เช่น มัสยาวังเย็น, เทพธิดาวารี, เทพธิดาคาเฟ่ ฯลฯ เรื่องสั้น เช่น สวะชีวิต, เสน่ห์สลัม, น้ำรักไม่รา, ตายแล้วมาทางนี้ ฯลฯ สาคดี เช่น ไอ้มืดนิวยอร์ก, คึกฤทธิ์ ปราโมช-สิบเศียรยี่สิบกร, อรวรรณ อกสามศอก, นักเขียนในอดีต ฯลฯ นอกจากนี้ เขายังเขียนเรื่องขบขัน เรื่องท่องเที่ยว บทความ คอลัมน์ตอบปัญหาชีวิต เขียนบทภาพยนตร์ โดยใช้นามปากกาหลากหลาย อาทิ "ใบหนาด", "บุญเสมอ", "แดงสังวาลย์", "คริส สารคาม", "รบ จันทร์แรม" เป็นต้น ปัจจุบันณรงค์ยังคงเขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ "ข่าวสด" และเขียนเรื่องผีในนามปากกา "ใบหนาด" ทั้งนี้ใบหนาดเป็นไม้พุ่มชนิดหนึ่งสูง 4-5 ม. ใบสากเหมือนใบข่อย เชื่อกันว่าผีกลัวใบหนาดเพราะความสากและคัน หมอผีภาคเหนือจะใช้ใบหนาดในกรรมวิธีไล่ผี และความอัปมงคล
ขอบคุณสาระดีๆจาก sanook.com



