วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

สาระความรู้ วันนี้....ในอดีต (ตอน 4 กรกฎาคม พ.ศ.2387 : บางกอกรีคอร์เดอร์ หนังสือพิมพ์ฉบับแรกของไทยเริ่มออกวางแผง)



     4 กรกฎาคม พ.ศ. 2387 "บางกอกรีคอร์เดอร์" (Bangkok Recorder) หรือ "หนังสือจดหมายเหตุ”เป็นหนังสือพิมพ์ฉบับแรกของไทย ฉบับปฐมฤกษ์เริ่มออกวางแผง หนังสือพิมพ์ฉบับนี้จัดพิมพ์โดย หมอบรัดเลย์ (Dr. Dan Beach Bradley, M.D.) มิชชันนารีอเมริกัน โดยใช้ตัวพิมพ์ที่เรียกว่า “บรัดเลย์เหลี่ยม” จัดพิมพ์ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ในระยะแรกเริ่มออกฉบับรายเดือน ต่อมาเปลี่ยนเป็นรายปักษ์หรือรายครึ่งเดือน แต่ออกได้เพียงสองปีก็ต้องเลิกกิจการ หนังสือพิมพ์บางกอกรีคอร์ดเดอร์ได้นำเอาวิธีการรายงานข่าวและการเขียนบทความแบบวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเป็นของใหม่ในสมัยนั้นเข้ามาด้วย



     4 กรกฎาคม พ.ศ. 2477 มารี กูรี (Maria Sklodowska-Curie) นักเคมีชาวโปแลนด์ผู้ค้นพบ รังสีเรเดียม(radium) ผู้หญิงคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบล เสียชีวิต มารี กูรีเกิดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2410 ที่กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ บิดาเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ เขามักจะพาเธอไปห้องทดลองเสมอ ทำให้กูรีหลงรักวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่เด็ก ระหว่างที่เรียนฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยปารีส) เธอได้ทำงานเป็นผู้ช่วยในห้องปฏิบัติการทางเคมี ของศาสตราจารย์ทางฟิสิกส์ชื่อ ปิแอร์ กูรี (Pierre Curie) จนพบรัก แต่งงาน และมีลูกด้วยกัน หลังจากเรียนจบ เธอก็ได้เป็นศาสตราจารย์ผู้หญิงคนแรกของมหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ เธอกับสามีได้ร่วมกันค้นคว้าทดลองจนค้นพบธาตุ เรเดียม (Radium) ในปี 2441 อีก 4 ปีต่อมาทั้งสองก็สามารถสกัด เรเดียมคลอไรด์ (radium chloride) ได้ ต่อมาก็ค้นพบว่าเรเดียมสามารถรักษาโรคผิวหนังและโรคมะเร็งได้ จึงนำผลงานชิ้นนี้ออกเผยแพร่ต่อสาธารณชน ส่งผลให้ทั้งคู่ได้รับรางวัลโนเบล สาขาฟิสิกส์ในปี 2446 หลังจากทีปีแอร์ผู้เป็นสามีเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเมื่อปี 2449 มารีก็ยังคงทุ่มเทศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับธาตุเรเดียมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ต่อไป จนได้รับรางวัลโนเบลครั้งที่ 2 ในปี 2454 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เธอจัดตั้งแผนกเอกซเรย์เคลื่อนที่เพื่อตระเวนรักษาทหารที่บาดเจ็บตามหน่วยต่าง ๆ และสามารถรักษาทหารด้วยรังสีเอกซ์ (X Ray) กว่า 100,000 คน หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 สงบลง มารีได้กลับมาทำงานอีกครั้ง จนในที่สุดเธอก็ได้รับผลกระทบจากกัมมันตภาพรังสีของเรเดียม ทำให้ไขกระดูกถูกทำลายจนเสียชีวิตในที่สุด นับว่าการค้นพบและสกัดแร่เรเดียมของนักวิทยาศาสตร์ทั้งสองท่านนี้ได้มีประโยชน์ต่อวงการแพทย์เป็นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านั้นมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งมากที่สุด เพราะเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ จนมีการค้นพบวิธีการรักษาโดยการฉายรังสีเรเดียม



     4 กรกฎาคม พ.ศ. 2489 สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (Republic of the Philippines) ได้รับเอกราชจากอเมริกา หลังจากที่ได้ตกเป็นอาณานิคมของสหรัฐอเมริกาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนหน้านั้นเคยเป็นอาณานิคมของสเปน ปัจจุบันมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 3 แสนตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยถึง 7,107 เกาะ เมืองหลวงคือกรุงมะนิลา มีประชากรประมาณ 87 ล้านคน (พ.ศ. 2548) ส่วนใหญ่นับถือคริสต์ศาสนา สินค้าส่งออกที่สำคัญได้แก่ มะพร้าว อ้อย ดีบุก เนื่องจากตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของตะวันตกเป็นเวลานานจึงได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมตะวันตก จึงมีลักษณะทางวัฒนธรรมคล้ายกับละตินอเมริกา



     4 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 "ดีพ อิมแพค" (Deep Impact) ยานอวกาศขององค์การนาซาสหรัฐอเมริกา ส่งหัวกระสวย "อิมแพคเตอร์" (Impactor) เข้าปะทะกับ "ดาวหาง เทมเปล-1" (Comet Tempel-1) เป็นผลสำเร็จ ทั้งนี้ "ปฏิบัติการดีพ อิมแพค" (Deep Impact Mission) เป็นโครงการอวกาศของมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ (University of Maryland) ซึ่งได้รับทุนอุดหนุนจากนาซา ในการสร้างยานอวกาศขึ้นไปสำรวจดาวหางเทมเปล 1 ด้วยการส่งกระสวยพุ่งเข้าชน ยานอวกาศดีพอิมแพคถูกส่งขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวด เดลตา 2 (Delta II) เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2548 มุ่งสู่ดาวหางเทมเปล 1 ซึ่งมีวงโคจรรูปวงรีอยู่ระหว่างวงโคจรของดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี ยานอวกาศใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 เดือน กำหนดถึงดาวหางเทมเปล-1 ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2548 หลังจากนั้นหนึ่งวัน ยานจะทำการแยกตัวเป็น 2 ลำคือ “อิมแพคเตอร์” ซึ่งมีน้ำหนัก 370 กิโลกรัม พุ่งเข้าชนนิวเคลียสของเทมเปล-1 ด้วยความเร็ว 10.2 กิโลเมตร / วินาที ทำให้เกิดแรงระเบิดเทียบเท่าระเบิดทีเอ็นที (TNT) จำนวน 4.8 ตัน ทำให้เกิดหลุมขนาดประมาณใหญ่ 10 – 200 เมตร ลึกเท่าตึก 2 – 14 ชั้น ในขณะที่ยาน"ไฟล์บาย” (Fly By) จะบินทิ้งระยะห่างประมาณ 500 เมตร และใช้กล้องโทรทรรศน์ติดตามผลของการกระแทก โดยใช้เครื่องสเปคโตรมิเตอร์วิเคราะห์ฝุ่นซึ่งเกิดจากการกระแทก และรายงานกลับมายังโลก ส่วนดาวหางเทมเปล-1 นั้นค้นพบเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2410 โดยนักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศสชื่อ วิลเฮล์ม เทมเปล (Ernst Wilhelm Leberecht Tempel) เป็นดาวหางขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 14 กิโลเมตร วงโคจรเป็นวงรีอยู่ระหว่างดาวเคราะห์ชั้นใน ใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์ 5.5 ปี นักวิทยาศาสตร์คาดว่า การพุ่งชนครั้งนี้จะทำให้เกิดวัตถุและก๊าซฟุ้งกระจาย ออกมาจากโครงสร้างภายใน ซึ่งช่วยในการไขปริศนาโบราณของการกำเนิดระบบสุริยะเมื่อ 4,600 ล้านปีก่อน ปฏิบัติการครั้งนี้มีผู้คนเฝ้าคอยรับชมทั่วโลก แม้จะเป็นความสำเร็จอีกก้าวหนึ่งของมนุษย์ แต่นักวิชาการอีกหลายฝ่ายกลับมองว่า ปฏิบัติการดีพ อิมเพ็คครั้งนี้เป็นเพียงการแสดงแสนยานุภาพของ“พี่เบิ้มมะกัน” ที่พยายามจะก้าวจากความเป็น “จ้าวโลก” ไปเป็น “จ้าวจักรวาล” ในวันชาติของตัวเองเท่านั้น อีกทั้งดวงดาวมิใช่เป็นสมบัติของชาติใดชาติหนึ่ง หากแต่เป็นทรัพย์สมบัติของจักรวาลนี้ เช่นเดียวกับมนุษย์ แล้วฝุ่นผงสกปรกอย่างเราจะมีสิทธิ์อะไรที่จะกระทำต่อดาวดวงอื่น ดาวโลกดวงนี้ยังไม่เพียงพออีกหรือ ?



     4 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 ยานอวกาศ มาร์ส พาทไฟน์เดอร์ (Mars Pathfinder) ขององค์การนาซา แห่งสหรัฐอเมริกา ลงจอดบนดาวอังคารเป็นผลสำเร็จ โดยใช้เวลาเดินทางจากโลกถึง 7 เดือน อีกสองวันต่อมาได้ปล่อยรถหุ่นยนต์ชื่อ "โซเจอร์เนอร์” (Sojourner) ลงสำรวจก้อนหินและสภาพผิวของดาว ผลการสำรวจระบุถึงความเป็นไปได้ว่า เมื่อประมาณ 2 พันล้านปีมาแล้วดาวอังคารเคยมีน้ำมาก่อน


                                                 ขอบคุณสาระดีๆจาก sanook.com